
‘เกื้อกูล แต่ไม่ก้าวก่าย’
กรณีที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจมีแนวคิดตั้งคณะกรรมการ เพื่อมาดูแลเสถียรภาพการเงินของประเทศ จนถุูกมองว่า เป็นการเข้ามาแทรกแซงการทำงานของธนาคารกลางและจะทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ขาดความเป็นอิสระ “วิรไท สันติประภพ” ผู้ว่าการ ธปท.ชี้แจงว่า รายงานที่ออกมาอาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดถึงความเป็นอิสระ การทำนโยบายเศรษฐกิจมหภาค เป็นเรื่องปกติที่จะต้องแลกเปลี่ยนข้อมูลกันดูว่า ใครจะทำอะไรแล้วจะมีผลอย่างไร แต่การทำงานของแต่ละหน่วยงานจะมีกรอบอำนาจหน้าที่ของตัวเอง
เพื่อทำนโยบายให้เกิดผล โดยเฉพาะนโยบายการเงิน การคลังต้องเกื้อกูลกัน แต่ไม่ก้าวก่ายกัน คำว่า “เกื้อกูล ไม่ก้าวก่าย” เป็นเรื่องแลกเปลี่ยนข้อมูล,มี Scenario อะไร หรือความเสี่ยงอะไรกำลังจะเกิด สะท้อนการออกแบบเชิงสถาบันไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น ที่จะทำให้ความเป็นอิสระในการปฎิบัติหน้าที่ของธนาคารกลาง
“การให้ความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ของธนาคารกลาง เพราะหัวใจสำคัญคือ ธนาคารกลางเป็นองค์กรเดียวในประเทศที่ทำหน้าที่รักษาเสถียรภาพ ไม่ว่าจะเป็นเสถียรภาพของค่าเงิน เสถียรภาพของระบบสถาบันการเงิน ซึ่งคำว่า เสถียรภาพ เวลาทุกอย่าง ดูดีมีเสถียรภาพคนมักจะไม่ให้ความสำคัญ แต่เมื่อเกิดปัญหาขึ้น จะย้อนกลับมาถามว่า “ทำไมเมื่อ 3 ปีที่แล้ว 5 ปีที่แล้วไม่ทำอะไร ปล่อยให้ฟองสบู่สะสมขึ้นมา หรือไปใช้นโยบายที่ทำให้เกิดความเปราะบางขึ้น และระเบิดขึ้นมา”
การมองเสถียรภาพ เป็นการมองระยะกลางและระยะยาว ซึ่งเป็นหน้าที่ของธนาคารกลาง ขณะที่รัฐบาลอาจมีแรงกดดันให้ทำนโยบายในช่วงสั้นๆ กว่า จึงเป็นการออกแบบเชิงสถาบันที่จะให้ความเป็นอิสระทำหน้าที่ของธนาคารกลาง
เรื่องคณะกรรมการที่เป็นข่าวมี 2-3 เรื่องที่อาจจะปนกันคือ เรื่องเสถียรภาพของระบบการเงิน เป็นคณะกรรมการ ซึ่งธปท.เสนอไปเองด้วยซํ้าไป เพราะต้องการให้มีคณะกรรมที่จะดูเสถียรภาพระบบการเงินในองค์รวม เพราะเราเห็นปัญหาในหลากหลายอาชีพ ที่อาจเป็นความเสี่ยงในอนาคต โดยที่ธปท.ดูแลได้เฉพาะสถาบันการเงินที่กำกับดูแลเท่านั้น แต่ยังมีสหกรณ์ออมทรัพย์ ซึ่งเป็นจุดเปราะบาง มีการเงินภาคประชาชน บริษัท ลิสซิ่ง ซึ่งไม่มีใครกำกับดูแลหรือแม้กระทั่งตลาดทุนที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ดูแลและเชื่อมโยงกัน
“เงินจะเหมือนนํ้า ที่ย่อมไหลไปในที่ที่มีกฎเกณฑ์ควบคุมน้อยที่สุด ดังนั้นเรื่องการมีคณะกรรมการดูแลเรื่องเสถียรภาพของระบบการเงิน ก็เพื่อลดความเสี่ยงระยะยาว”
หน้า 1 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3502 วันที่ 5-7 กันยายน 2562






