
"อุตตม" สั่งหน่วยงานสังกัด เร่งช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
"อุตตม" สั่งหน่วยงานสังกัดเร่ง ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมจากพายุโพดุล ด้าน ธกส.เล็งช่วยเกษตรผ่อนปรนภาระหนี้สิน พร้อมแจกถุงยังชีพแล้วกว่า 2 หมื่นถุง
นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดแต่ละพื้นที่เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุโซนร้อนโพดุลอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะช่วยเหลือเกษตรกร ได้มอบหมายให้นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) กำหนดแนวทาง พร้อมกำชับให้ ธ.ก.ส.ในพื้นที่ดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย
กรณีฉุกเฉินเร่งด่วนได้มอบหมายให้พนักงานในพื้นที่ออกเยี่ยมเยียนให้กำลังใจลูกค้า โดยนำเงินจากกองทุนบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบภัยธรรมชาติและภัยพิบัติของธ.ก.ส.ไปจัดหาถุงยังชีพเพื่อนำไปมอบให้เกษตรกรลูกค้าและประชาชนที่เดือดร้อน โดยเบื้องต้น ได้ส่งถุงยังชีพช่วยเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดพิจิตร พิษณุโลก ขอนแก่น ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ยโสธร และนครพนมไปแล้วกว่า 20,000 ถุง รวมทั้งไปสนับสนุนศูนย์อพยพหรือจุดรวมพลต่าง ๆ เช่น จัดหาอาหาร น้ำดื่ม บริการสุขาเคลื่อนที่ เต็นท์สนาม รวมถึงการให้ความช่วยเหลือด้านอื่น ๆ เช่น ค่าเช่าเรือ ค่าเช่ารถบรรทุก ค่าแรงงาน และหลังจากสถานการณ์คลี่คลายลงจะเร่งสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้น เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาพิจารณาให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูหลังประสบภัยต่อไป
สำหรับการให้ความช่วยเหลือด้านภาระหนี้สินที่มีอยู่กับ ธ.ก.ส. กรณีที่เกษตรกรได้รับความเสียหายด้านการผลิตและส่งผลกระทบต่อรายได้ จะพิจารณาขยายระยะเวลาชำระหนี้ออกไปเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนตามความหนักเบาของผู้ประสบภัยทุกราย และพิจารณาให้สินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน ไม่เกินรายละ 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 0% ใน 6 เดือนแรก และสินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิต สำหรับเกษตรกรลูกค้าผู้ประสบภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ ตามความจำเป็นแต่ไม่เกินรายละ 500,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ย MRR -2 หรือเท่ากับ 4.875% ต่อปี ชำระคืนไม่เกิน 15 ปี ทั้งนี้ เพื่อให้เกษตรกรนำไปใช้เป็นค่าลงทุนในการสร้างหรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัยที่ได้รับความเสียหาย
รายงานข่าวจากธ.ก.ส.ระบุว่า ความเสียหายเบื้องต้น สำหรับพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยใน 7 จังหวัดคือ กาฬสินธุ์ มหาสารคาม สกลนคร ร้อยเอ็ด ขอนแก่น มุกดาหาร และ นครพนม 50 อำเภอ 314 ตำบล 2,512 หมู่บ้าน 62,995 ครัวเรือน มีเกษตรกรได้รับผลกระทบ 431,863 ราย พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย 720,580 ไร่






