thansettakij
thansettakij
กยศ.ยันส.ส.ไม่ผิด หากยังชำระหนี้ปกติ

กยศ.ยันส.ส.ไม่ผิด หากยังชำระหนี้ปกติ

29 ส.ค. 62 | 05:17 น.
อัปเดตล่าสุด :29 ส.ค. 62 | 12:21 น.

กยศ.แจง ลูกหนี้หากชำระตามกำหนดทุกปี ต่อให้เป็น สส.ก็ไม่ผิด ยัน ปี 64 หักหนี้ผ่านบัญชีเงินเดือนทั้งหมด รวม สส.ด้วย แต่ไม่ปรับหลักเกณฑ์คนขอกู้ เหตุมี 2 แบบ ทั้งจนจริง กับมีเงินแต่เรียนสาขาพัฒนาประเทศ

               นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.)เปิดเผยถึงกรณีที่มีสมาชิกผู้แทนราษฎรหลายรายค้างการชำระหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. ว่า ข้อมูลดังกล่าว เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ กยศ.ไม่สามารถเปิดเผยเป็นรายบุคคลว่ามี ส.ส. รายใดบ้าง ผิดนัดชำระหนี้หรือไม่ แต่โดยหลักการการชำระเงินกู้ของ กยศ. จะมีระยะเวลาชะระหนี้ประมาณ 15 ปี ซึ่งหากอยู่ในกรอบเวลาในการชำระหนี้ และมีการชำระหนี้ตรงทุกปี ก็ไม่ถือว่าเป็นการผิดชำระหนี้กับ กยศ.

กยศ.ยันส.ส.ไม่ผิด หากยังชำระหนี้ปกติ

               ส่วนกรณีที่มีกระแสว่า กลุ่ม ส.ส.เหล่านี้ เป็นผู้มีฐานะดี แต่ได้รับเงินกู้กยศนั้น กยศ.ยืนยันว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปรับหลักเกณฑ์ในกรคัดเลือกผู้กู้ เนื่องจากปัจจุบันระบบการกู้มี 2 ประเภท คือ ผู้กู้ที่ขาดแคลนคุณทรัพย์ ครอบครัวมีรายได้ไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี สามารถกู้เรียนได้ทุกสาขาวิชา และผู้กู้ที่มีความประสงค์จะเรียนในสาขาวิชาเฉพาะเพื่อการพัฒนาประเทศในอนาคต ตามที่กยศ.กำหนด ที่มีกว่า 3,000 รายวิชา ในระดับ ปวช. ปวส. และมหาวิทยาลัยจะกู้ได้แม้มีทุนทรัพย์ ซึ่งปัจจุบันกลุ่มดังกล่าวมีผู้กู้รวมทั้งหมด 81,000 รายคิดเป็นวงเงินกู้รวม 5,821 ล้านบาท

"เป็นเรื่องส่วนบุคคล ถ้ามีปัญหา ก็ต้องไปดูเป็นรายๆไป จะมาเปิดเผยรายชื่อแบบนี้ไม่ได้ ซึ่งตามกรอบกยศ.ให้ผ่อนชำระได้ถึง 15 ปี ถ้าเค้าชำระตามกำหนดในแต่ละปี ก็ไม่มีปัญหาอะไร"นายชัยณรงค์ กล่าว

กยศ.ยันส.ส.ไม่ผิด หากยังชำระหนี้ปกติ

               ทั้งนี้ กยศ. ยังได้มีการออกมาตรการแก้ไขปัญหาลูกนี้ โดยจะลดเบี้ยปรับในอัตรา 80% สำหรับผู้กู้ยืมเงินทุกกลุ่มที่ค้างชำระหนี้และปิดบัญชีในครั้งเดียว ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2562 – 29 กุมภาพันธ์ 2563 ซึ่งตั้งเป้าจะมีลูกหนี้เข้าร่วม 70,000 ราย วงเงิน 400 ล้านบาท  2.ลดเบี้ยปรับในอัตรา 75% เฉพาะผู้กู้ยืมเงินกลุ่มก่อนฟ้องคดีที่ชำระหนี้ค้างทั้งหมดให้มีสถานะปกติ (ไม่ค้างชำระ) ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2562 – 29 กุมภาพันธ์ 2563 คาดว่าจะมี 48,000 ราย วงเงิน 180 ล้านบาท  3.พักชำระหนี้ 1 ปี สำหรับผู้กู้ยืมที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เฉพาะกลุ่มผู้กู้ยืมก่อนฟ้องคดี กรณีผู้ที่มีงวดชำระเป็นรายปี จะพักชำระหนี้ในงวดปี 2563 และผู้กู้ยืมจะต้องกลับมาชำระหนี้ ในวันที่ 5 กรกฎาคม 2564 ส่วนกรณีผู้ที่มีงวดชำระเป็นรายเดือน จะพักชำระหนี้ 12 เดือน นับตั้งแต่เดือนถัดไปที่กองทุนอนุมัติ โดยในระหว่างพักชำระหนี้กองทุนจะไม่ถือว่าผู้กู้ยืมผิดนัดชำระหนี้ ทั้งนี้ จากข้อมูลในระบบพบว่ามีผู้กู้ยืมเข้าข่ายที่จะได้สิทธิพักชำระหนี้ ประมาณ 335,000 ราย วงเงิน 1,300 ล้านบาท

4.ปรับลดอัตราเบี้ยปรับหรือค่าธรรมเนียมกรณีผิดนัดชำระเงินกู้ยืมคืน จากอัตราปัจจุบันที่ 12-18% ต่อปี เหลืออัตรา 7.5% ต่อปี มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 เป็นต้นไป เพื่อเป็นการลดภาระหนี้ของผู้กู้ยืมเงินที่ค้างชำระให้สามารถผ่อนชำระเงินคืนกองทุนได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนงวดที่ผิดนัดชำระจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2562 ยังคิดอัตราเบี้ยปรับเท่าเดิม 5. ปรับเพิ่มค่าครองชีพรายเดือนให้ผู้กู้ยืมทุกระดับการศึกษาอีกเดือนละ 600 บาท/คน โดยผู้กู้ยืมระดับมัธยมศึกษาตอนปลายสายสามัญปรับเพิ่มจาก 1,200 บาท เป็น 1,800 บาท ระดับ ปวช./ปวส./ปริญญาตรี ปรับเพิ่มจาก 2,400 บาท เป็น 3,000 บาท โดยจะเริ่มบังคับใช้ในปีการศึกษา 2563

               ส่วนการชำระหนี้ กยศ.ผ่านระบบการหักเงินเดือนของข้าราชการและบริษัทเอกชนรายใหญ่ รวม 7,000 แห่ง คาดว่าจะได้รับการชำระหนี้คืน 420 ล้านบาท จากผู้กู้ 400,000 ราย โดยตั้งเป้าปีหน้าจะจะพยายามเพิ่มความร่วมมือหน่วยงานราชการกับเอกชนเพื่อหหักเงินลูกหนี้ผ่านระบบบัญชีธนาคารให้ได้เป็น 700,000 ราย และเพิ่มแป็น 1 ล้านรายในปี 2564

               "ทุกวันนี้ ข้าราชการที่เป็นลูกหนี้ที่รับเงินเดือนผ่านระบบของกรมบัญชีกลาง จะถูกหักหนี้ผ่านบัญชีเงินเดือน ซึ่งในปี 64 เราจะทำการหักเงินเดือนลูกหนี้ผ่านระบบเงินเดือนให้ได้ทุกราย ไม่เว้นแม้แต่สส."นายชัยณรงค์ กล่าว

               ทั้งนี้ปัจจุบัน มีผู้กู้ยืมในระบบของ กยศ. 5.6 ล้านราย ยอดหนี้ 6 แสนล้านบาท ซึ่งในส่วนนี้อยู่ระหว่างชำระหนี้ 3.5 ล้านราย หรือคิดเป็น 63% ซึ่งในส่วนนี้มีการผิดนัดชำระหนี้สูงถึง 2 ล้านราย หรือ 58% ดังนั้นเชื่อว่าจะช่วยส่งเสริมให้กลุ่มที่ผิดนัดชำระหนี้เข้ามาชำระหนี้ตามระบบมากขึ้น


กยศ.ยันส.ส.ไม่ผิด หากยังชำระหนี้ปกติ