
กยศ.ยันส.ส.ไม่ผิด หากยังชำระหนี้ปกติ
กยศ.แจง ลูกหนี้หากชำระตามกำหนดทุกปี ต่อให้เป็น สส.ก็ไม่ผิด ยัน ปี 64 หักหนี้ผ่านบัญชีเงินเดือนทั้งหมด รวม สส.ด้วย แต่ไม่ปรับหลักเกณฑ์คนขอกู้ เหตุมี 2 แบบ ทั้งจนจริง กับมีเงินแต่เรียนสาขาพัฒนาประเทศ
นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.)เปิดเผยถึงกรณีที่มีสมาชิกผู้แทนราษฎรหลายรายค้างการชำระหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. ว่า ข้อมูลดังกล่าว เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ กยศ.ไม่สามารถเปิดเผยเป็นรายบุคคลว่ามี ส.ส. รายใดบ้าง ผิดนัดชำระหนี้หรือไม่ แต่โดยหลักการการชำระเงินกู้ของ กยศ. จะมีระยะเวลาชะระหนี้ประมาณ 15 ปี ซึ่งหากอยู่ในกรอบเวลาในการชำระหนี้ และมีการชำระหนี้ตรงทุกปี ก็ไม่ถือว่าเป็นการผิดชำระหนี้กับ กยศ.
ส่วนกรณีที่มีกระแสว่า กลุ่ม ส.ส.เหล่านี้ เป็นผู้มีฐานะดี แต่ได้รับเงินกู้กยศนั้น กยศ.ยืนยันว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปรับหลักเกณฑ์ในกรคัดเลือกผู้กู้ เนื่องจากปัจจุบันระบบการกู้มี 2 ประเภท คือ ผู้กู้ที่ขาดแคลนคุณทรัพย์ ครอบครัวมีรายได้ไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี สามารถกู้เรียนได้ทุกสาขาวิชา และผู้กู้ที่มีความประสงค์จะเรียนในสาขาวิชาเฉพาะเพื่อการพัฒนาประเทศในอนาคต ตามที่กยศ.กำหนด ที่มีกว่า 3,000 รายวิชา ในระดับ ปวช. ปวส. และมหาวิทยาลัยจะกู้ได้แม้มีทุนทรัพย์ ซึ่งปัจจุบันกลุ่มดังกล่าวมีผู้กู้รวมทั้งหมด 81,000 รายคิดเป็นวงเงินกู้รวม 5,821 ล้านบาท
"เป็นเรื่องส่วนบุคคล ถ้ามีปัญหา ก็ต้องไปดูเป็นรายๆไป จะมาเปิดเผยรายชื่อแบบนี้ไม่ได้ ซึ่งตามกรอบกยศ.ให้ผ่อนชำระได้ถึง 15 ปี ถ้าเค้าชำระตามกำหนดในแต่ละปี ก็ไม่มีปัญหาอะไร"นายชัยณรงค์ กล่าว
ทั้งนี้ กยศ. ยังได้มีการออกมาตรการแก้ไขปัญหาลูกนี้ โดยจะลดเบี้ยปรับในอัตรา 80% สำหรับผู้กู้ยืมเงินทุกกลุ่มที่ค้างชำระหนี้และปิดบัญชีในครั้งเดียว ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2562 – 29 กุมภาพันธ์ 2563 ซึ่งตั้งเป้าจะมีลูกหนี้เข้าร่วม 70,000 ราย วงเงิน 400 ล้านบาท 2.ลดเบี้ยปรับในอัตรา 75% เฉพาะผู้กู้ยืมเงินกลุ่มก่อนฟ้องคดีที่ชำระหนี้ค้างทั้งหมดให้มีสถานะปกติ (ไม่ค้างชำระ) ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2562 – 29 กุมภาพันธ์ 2563 คาดว่าจะมี 48,000 ราย วงเงิน 180 ล้านบาท 3.พักชำระหนี้ 1 ปี สำหรับผู้กู้ยืมที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เฉพาะกลุ่มผู้กู้ยืมก่อนฟ้องคดี กรณีผู้ที่มีงวดชำระเป็นรายปี จะพักชำระหนี้ในงวดปี 2563 และผู้กู้ยืมจะต้องกลับมาชำระหนี้ ในวันที่ 5 กรกฎาคม 2564 ส่วนกรณีผู้ที่มีงวดชำระเป็นรายเดือน จะพักชำระหนี้ 12 เดือน นับตั้งแต่เดือนถัดไปที่กองทุนอนุมัติ โดยในระหว่างพักชำระหนี้กองทุนจะไม่ถือว่าผู้กู้ยืมผิดนัดชำระหนี้ ทั้งนี้ จากข้อมูลในระบบพบว่ามีผู้กู้ยืมเข้าข่ายที่จะได้สิทธิพักชำระหนี้ ประมาณ 335,000 ราย วงเงิน 1,300 ล้านบาท
4.ปรับลดอัตราเบี้ยปรับหรือค่าธรรมเนียมกรณีผิดนัดชำระเงินกู้ยืมคืน จากอัตราปัจจุบันที่ 12-18% ต่อปี เหลืออัตรา 7.5% ต่อปี มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 เป็นต้นไป เพื่อเป็นการลดภาระหนี้ของผู้กู้ยืมเงินที่ค้างชำระให้สามารถผ่อนชำระเงินคืนกองทุนได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนงวดที่ผิดนัดชำระจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2562 ยังคิดอัตราเบี้ยปรับเท่าเดิม 5. ปรับเพิ่มค่าครองชีพรายเดือนให้ผู้กู้ยืมทุกระดับการศึกษาอีกเดือนละ 600 บาท/คน โดยผู้กู้ยืมระดับมัธยมศึกษาตอนปลายสายสามัญปรับเพิ่มจาก 1,200 บาท เป็น 1,800 บาท ระดับ ปวช./ปวส./ปริญญาตรี ปรับเพิ่มจาก 2,400 บาท เป็น 3,000 บาท โดยจะเริ่มบังคับใช้ในปีการศึกษา 2563
ส่วนการชำระหนี้ กยศ.ผ่านระบบการหักเงินเดือนของข้าราชการและบริษัทเอกชนรายใหญ่ รวม 7,000 แห่ง คาดว่าจะได้รับการชำระหนี้คืน 420 ล้านบาท จากผู้กู้ 400,000 ราย โดยตั้งเป้าปีหน้าจะจะพยายามเพิ่มความร่วมมือหน่วยงานราชการกับเอกชนเพื่อหหักเงินลูกหนี้ผ่านระบบบัญชีธนาคารให้ได้เป็น 700,000 ราย และเพิ่มแป็น 1 ล้านรายในปี 2564
"ทุกวันนี้ ข้าราชการที่เป็นลูกหนี้ที่รับเงินเดือนผ่านระบบของกรมบัญชีกลาง จะถูกหักหนี้ผ่านบัญชีเงินเดือน ซึ่งในปี 64 เราจะทำการหักเงินเดือนลูกหนี้ผ่านระบบเงินเดือนให้ได้ทุกราย ไม่เว้นแม้แต่สส."นายชัยณรงค์ กล่าว
ทั้งนี้ปัจจุบัน มีผู้กู้ยืมในระบบของ กยศ. 5.6 ล้านราย ยอดหนี้ 6 แสนล้านบาท ซึ่งในส่วนนี้อยู่ระหว่างชำระหนี้ 3.5 ล้านราย หรือคิดเป็น 63% ซึ่งในส่วนนี้มีการผิดนัดชำระหนี้สูงถึง 2 ล้านราย หรือ 58% ดังนั้นเชื่อว่าจะช่วยส่งเสริมให้กลุ่มที่ผิดนัดชำระหนี้เข้ามาชำระหนี้ตามระบบมากขึ้น






