thansettakij
thansettakij
กองทุน JASIFลงทุนเพิ่มครั้งที่ 1ไม่เกิน 3.8 หมื่นล้าน

กองทุน JASIFลงทุนเพิ่มครั้งที่ 1ไม่เกิน 3.8 หมื่นล้าน

26 ส.ค. 62 | 06:20 น.

ผู้ถือหน่วยกองทุน JASIF อนุมัติลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 1 มูลค่ารวมไม่เกิน 3.8 หมื่นล้านบาท  เข้าซื้อทรัพย์สินโครงสร้างพื้นฐานประเภทใยแก้วนำแสงจำนวนไม่เกิน 7 แสนคอร์กิโลเมตร หนุนเติบโตต่อเนื่อง พร้อมขยายสัญญาเช่าหลักของทรัพย์สินเดิม สร้างความมั่นคงรายได้ค่าเช่าในระยะยาว

กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน หรือ ‘JASIF’ ได้รับไฟเขียวจาก ผู้ถือหน่วยเข้าลงทุนในทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐาน  ประเภททรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสงเพิ่มเติมครั้งที่ 1 จาก ‘ทริปเปิลที บรอดแบนด์’ มูลค่ารวมไม่เกิน 38,000 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และอนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียนรวมไม่เกิน 24,629 ล้านบาท เตรียมเสนอขายหน่วยลงทุนใหม่จำนวนไม่เกิน 2,500 ล้านหน่วย  แก่ผู้ถือหุ้นเดิมที่มีรายชื่อในสมุดทะเบียนผู้ถือหน่วยลงทุนตามสัดส่วนการถือหน่วยลงทุน  เพื่อรองรับการลงทุนเพิ่มเติมในครั้งนี้ พร้อมขยายเวลาสัญญาเช่าหลักของสินทรัพย์เดิม ช่วยสร้างความมั่นคงของรายได้จากค่าเช่าที่ยาวนานขึ้น

กองทุน JASIFลงทุนเพิ่มครั้งที่ 1ไม่เกิน 3.8 หมื่นล้าน

นายพรชลิต  พลอยกระจ่าง รองกรรมการผู้จัดการ Head of Real Estate & Infrastructure Investment บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด หรือ กองทุนบัวหลวง ในฐานะบริษัทจัดการกองทุนฯ หรือ Jasmine Broadband Internet Infrastructure Fund (JASIF) เผยว่า เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหน่วยลงทุนกองทุนรวมฯ ครั้งที่ 1/2562 มีมติอนุมัติให้กองทุนฯ เข้าลงทุนในกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐาน  ประเภททรัพย์สินใยแก้วนำแสงเพิ่มเติมจำนวนไม่เกิน 700,000 คอร์กิโลเมตร และจัดหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินที่ลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 1 จากบริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTTBB มูลค่ารวมทั้งสิ้นไม่เกิน 38,000 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และอนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียนของกองทุนฯ รวมไม่เกิน 24,629 ล้านบาท และขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินไม่เกิน 18,160 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นเงินทุนส่วนหนึ่งสำหรับซื้อกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินใหม่และใช้ชำระภาษีมูลค่าเพิ่มจากการเข้าซื้อทรัพย์สินในครั้งนี้

การเข้าลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 1 นี้ เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งกองทุนฯ ที่ต้องการเข้าลงทุนในกิจการโครงสร้างพื้นฐานประเภทโทรคมนาคม ที่มีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนเพื่อเป็นรายได้ให้แก่กองทุนฯ และกองทุนฯ สามารถจ่ายผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนในระยะยาว ประกอบกับการคาดการณ์แนวโน้มและโอกาสขยายตัวของธุรกิจบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยยังมีอยู่มาก ดังนั้น การลงทุนในทรัพย์สินส่วนเพิ่มดังกล่าว จะทำให้กองทุนฯ มีรายได้และผลตอบแทนเพิ่มขึ้นและสามารถจ่ายผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนในระยะยาวได้มากขึ้น

สำหรับทรัพย์สินใหม่ที่กองทุนฯ จะเข้าลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 1 เป็นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานประเภททรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสง (Optical Fiber Cable หรือ FOC) จำนวนไม่เกิน 700,000 คอร์กิโลเมตร ซึ่งเป็นสินทรัพย์ใหม่ที่พร้อมใช้งานและถูกสร้างขึ้นมาเพียง 1-3 ปี จากอายุการใช้งานเฉลี่ยอยู่ที่ 35-40 ปี หากมีการบำรุงรักษาอย่างดี

นายพรชลิต กล่าวต่อว่า แหล่งเงินทุนที่ใช้ลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 1 มาจากการเพิ่มทุนจดทะเบียนของกองทุนฯ จำนวนรวมไม่เกิน 24,629 ล้านบาท ส่งผลให้ทุนจดทะเบียนเพิ่มขึ้นจากเดิมอยู่ที่ 54,183.8 ล้านบาท เพิ่มเป็น 78,812.8 ล้านบาทบาท โดยจะออกและเสนอขายหน่วยลงทุนใหม่จำนวนไม่เกิน 2,500 ล้านหน่วย แก่ผู้ถือหน่วย ลงทุนเดิมที่มีรายชื่อปรากฏในสมุดทะเบียนผู้ถือหน่วยลงทุนตามสัดส่วนการถือหน่วยลงทุน ซึ่งกองทุนฯจะดำเนินการกำหนดอัตราส่วนใช้สิทธิจองซื้อในการเสนอขายหน่วยลงทุนใหม่ต่อไป  ส่วนที่เหลือจะเป็นการกู้เงินจากสถาบันการเงินอีกไม่เกิน 15,500 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นเงินทุนส่วนหนึ่งสำหรับซื้อกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินใหม่ นอกจากนั้นกองทุนฯ อาจกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินในประเทศอีกไม่เกิน 2,660 ล้านบาท เพื่อใช้ชำระภาษีมูลค่าเพิ่มจากการซื้อกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินใหม่

กองทุน JASIFลงทุนเพิ่มครั้งที่ 1ไม่เกิน 3.8 หมื่นล้าน

นอกจากนี้ ที่ประชุมฯ ยังได้อนุมัติให้กองทุนฯ ขยายอายุสัญญาเช่าหลักของทรัพย์สินเดิมของกองทุนฯ ได้แก่ เส้นใยแก้วนำแสง (Optical Fiber Cable หรือ OFC) จำนวน 784,400 คอร์กิโลเมตร โดยมี TTTBB เป็นคู่สัญญา จากเดิมที่จะหมดสิ้นสุดอายุสัญญาเช่าในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ออกไปเป็น 29 มกราคม 2575 ทำให้กองทุนฯ มีความมั่นคงของกระแสรายได้จากค่าเช่าทรัพย์สินบางส่วนที่กองทุนฯ ลงทุนอยู่ในปัจจุบันได้ยาวนานขึ้น ซึ่งถือเป็นประโยชน์แก่กองทุนฯ และผู้ถือหน่วยลงทุนทุกราย

กองทุน JASIFลงทุนเพิ่มครั้งที่ 1ไม่เกิน 3.8 หมื่นล้าน

ด้านนายพิเชษฐ  สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า การเข้าลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 1 ของ JASIF จะทำให้กองทุนฯ มีขนาดทรัพย์สินและมูลค่าตลาดที่เพิ่มขึ้น จากการขยายโครงข่ายเส้นใยแก้วนำแสงที่มีพื้นที่ให้บริการเพิ่มเติม ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 77 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อรองรับความต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ในประเทศไทยที่เพิ่มสูงขึ้น จึงเป็นโอกาสที่ดีของผู้ถือหน่วยเดิมที่จะลงทุนเพิ่มเพื่อรับโอกาสผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นจากการเช่าระยะยาวของกลุ่มผู้เช่าหลักอย่าง TTTBB ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์รายใหญ่ของไทย นอกจากนี้ ยังมีการนำทรัพย์สินส่วนที่เหลือไปจัดหาผลประโยชน์เพิ่มเติมจากผู้ประกอบรายอื่น และในระหว่างการหาผู้เช่าทรัพย์สินส่วนเพิ่มทุนใหม่นี้ TTTBB ยังรับประกันรายได้ค่าเช่าให้แก่กองทุนฯ อีกด้วย

ทั้งนี้ หลังจากนี้กองทุนฯ จะดำเนินการกำหนดจำนวนหน่วยลงทุนเพิ่มทุน อัตราส่วนการจัดสรร ราคาเสนอขาย และวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีสิทธิ์จองซื้อหน่วยลงทุนเพิ่มทุน (Record Date) ต่อไป