
คลังยังฝัน จีดีพีปีนี้อาจถึง 3.5%
คลังปรับลดจีดีพีปีนี้เหลือ 3% หลังเศรษฐกิจไตรมาส 2 ต่ำกว่าคาด เหตุเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ทำส่งออกปีนี้ติดลบ 0.9% แต่หากมาตรการเป็นผลตามคาดอาจดันจีดีพีโตได้ 3.5%
นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 2 ขยายตัวได้ 2.3% ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ทำให้คาดการณ์ว่าทั้งปีนี้ เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ 3% ลดลงกว่าประมาณการเดิมที่คาดว่าจะขยายตัวได้ 3.8% และต่ำกว่าปีก่อนที่ขยายตัวได้ 4.1% ซึ่งเป็นผลจากการส่งออกที่ชะลอตัวลง โดยคาดการณ์จะติดลบ 0.9% ต่ำกว่าประมาณการเดิมที่ 3.4% และลดลงจากปีก่อนที่ขยายตัวได้ 4.2% แม้ยังมีปัจจัยบวกมาจากตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นเป็น 40 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มี 38.3 ล้านคนที่เป็นผลมาจากการขยายระยะเวลามาตรการยกเลิกค่าธรรมเนียมการตรวจลงตรา(Visa on Arrival) และการบริโภคภาคเอกชนที่จะยังขยายตัวได้ 4.1% ที่มีผลมาจากรายได้ครัวเรือนภาคการเกษตรมีสัญญาณปรับตัวดีขึ้นตามการจ้างงานที่เพิ่มขึ้น ส่วนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยอัตราเงินเฟ้อในปีนี้จะอยู่ที่ 1% ตามการลดลงของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก
อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลดำเนินการตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ตรมเป้าหมายที่วางไว้อย่างมีประสิทธิภาพจะสามารถดันให้เศรษฐกิจไทยในปีนี้ขยายตัวได้ถึง 3.5% ได้ โดยคาดว่าจะมีเม็ดเงินลงสู่ระบบจากมาตรการท่องเที่ยวชิมช้อปใช้ 19,000 - 20,000 ล้านบาท ส่วนการใช้จ่ายผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทั้งผู้มีรายได้น้อย 14.7 ล้านคน ผู้สูงอายุ และผู้ที่ได้รับสิทธิ์ช่วยเหลือการเลี้ยงดูบุตร รวม 21,600 ล้านบาท
"มาตรการท่องเที่ยวหากเป็นไปตามเป้าหมายที่มีคนลงทะเบียนรับสิทธิ์ท่องเที่ยว 1,000 บาท ครบทั้ง 10 ล้านคน และคนรับสิทธิ์แคชแบ็คเพียง 3 ล้านคน หรือประมาณ 13,500 บาท แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว” นายลวรณ กล่าว
นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สศค. ระบุว่า เศรษฐกิจไทยในปีนี้ที่คาดการณ์จะขยายตัวเพียงแค่ 3% แม้จะชะลอลงจากปีที่ผ่านมา แต่ยังดีกว่าปี 2557 ที่รัฐบาลเข้ามาบริหารงานครั้งแรก ที่ขยายตัว 1% เท่านั้น จากนั้นปี 2558-2561 ขยายตัวดีขึ้นต่อเนื่อง โดยปี 2558 ขยายตัว 3.1%, ปี 2559 ขยายตัว 3.4%, ปี 2560 ขยายตัว 4%, และปี 2561 ขยายตัว 4.1%






