
ขุนคลังมั่นใจ จีดีพีปี62 โตตามเป้า3%
รมว.คลังยัน จีดีพีไตรมาส 2 โต 2.3% เป็นตามคาด เหตุออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 3.16 แสนล้านบาท มั่นใจจีดีพีปี 62 ยังโตได้ 3%
นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังเปิดเผยว่า ยังมั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะขยายตัวได้ตามเป้าหมายที่ 3% แม้ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี) ไตรมาส 2 ของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จะขยายตัวที่ 2.3% ซึ่งเป็นไปตามที่คาดการณ์ จึงเป็นเหตุผลที่รัฐบาลต้องออกมาตรการเร่งด่วน เพื่อช่วยประคองให้เศรษฐกิจไทยให้สามารถเติบโตต่อไปได้ โดยจะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)วันพรุ่งนี้(20 ส.ค.) เพื่อเริ่มใช้ได้ในปลายสิงหาคมถึงต้นกันยายน ซึ่ง หากครม.เห็นชอบตามวงเงินที่เสนอ 3.16 แสนล้านบาท จะช่วยกระตุ้นจีดีพีให้ขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.55% จึงมั่นใจว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัวได้ตามเป้าหมาย
สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เป็นมาตรการเร่งด่วนและมีความจำเป็น โดยสิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือ ประคับประคองและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้จ่าย และนักลงทุน เพราะรัฐบาลไม่ต้องการให้ความเชื่อมั่นอ่อนตัวเร็วและมากเกินไป เพราะกังวลว่าอาจเกิดผลกระทบในวงกว้างได้ เพราะเศรษฐกิจไทยหลีกเลี่ยงผลกระทบจากภายนอกไม่ได้แล้ว ถ้าไม่มีมาตรการออกมาประคอง เศรษฐกิจก็จะยิ่งทรุดไปมากกว่านี้ ส่วนตัวเชื่อว่า ประเทศขนาดใหญ่ที่กำลังมีปัญหากันในขณะนี้จะสามารถหารือกัน และทำให้สถานการณ์คลี่คลายได้ ซึ่งมาตรการตรงนี้ก็จะส่งผลดีให้เศรษฐกิจไทยสามารถเดินหน้าต่อไปได้ทันที
"เชื่อมั่นว่า หากทุกหน่วยงานให้ความร่วมมือกับมาตรการชุดนี้ จะมีผลในการกระตุ้นเศรษฐกิจ และความเชื่อมั่นได้อย่างเต็มที่ โดยจะมีการประชาสัมพันธ์ และติดตามมาตรการว่าสิ่งที่รัฐบาลและกระทรวงการคลังได้ดำเนินการลงไปนั้นตรงกับวัตถุประสงค์และกลุ่มเป้าหมายหรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องการท่องเที่ยวว่า คนที่ได้รับเงินไปนั้นเป็นตัวจริง และมีการใช้จ่ายจริง ๆ ทั้งหมดเป็นเรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการ เพราะหากปล่อยให้เศรษฐกิจเติบโตเองตามธรรมชาติ ก็ไม่มั่นใจว่าจีดีพีปีนี้จะเติบไตได้ 3% หรือไม่"นายอุตตม กล่าว
ในส่วนของมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวผ่านการต่ออายุมาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวจีนและอินเดีย ซึ่งที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจ มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวของ ทั้งฝ่ายความมั่นคง กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงการท่องเที่ยวไปหารือถึงความเหมาะสมและความจำเป็น จะมีการเสนอให้ที่ประชุมครม.พิจารณาด้วย หากสรุปว่า มาตรการดังกล่าวยังไม่มีความจำเป็น ก็ไม่ได้สร้างความกังวล หรือมีผลต่อภาพรวมการกระตุ้นเศรษฐกิจตามที่กระทรวงการคลังได้ประเมินไว้ เนื่องจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เตรียมจะออกมาใช้นั้น เน้นการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศเป็นหลัก
สำหรับมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวโดยการแจกเงินคนละ 1 พันบาทนั้น ได้หารือกับ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา โดยขอความร่วมมือในการประชาสัมพันธ์อย่างเข้มข้นก่อนที่จะมีการใช้จริง โดยในส่วนของกระทรวงการคลังจะดูแลเรื่องการติดตั้งเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับร้านค้าทั่วประเทศให้สามารถรองรับการอุปโภคบริโภคผ่านระบบอีเพย์เมนต์ที่มีอยู่ทั่วประเทศ






