
ไม่ขอรัฐออกมาตรการดูแลตลาดหุ้น
ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ไม่ขอรัฐออกมาตรการดูแลตลาดหุ้น แม้ช่วงนี้หุ้นผันผวนหนัก เชื่อนักลงทุนบริหารความเสี่ยงได้ รัฐมีเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจเพียงพอ ทำนักลงทุนเชื่อมั่นได้ พร้อมยังคาดการณ์ดัชนีหุ้นไทยปลายปียังอยู่ 1,750-1,800 จุดได้
นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย(FETCO)ยืนยันว่า รัฐบาลไม่จำเป็นต้องออกมาตรการในการดูแลตลาดทุนเป็นพิเศษ แม้ตลาดหุ้นไทยในขณะนี้จะผันผวนมากก็ตาม เพราะนักลงทุนสามารถบริหารการลงทุนตามกลไกตลาดได้เอง แต่รัฐบาลควรสื่อสารและทำความเข้าใจกับนักลงทุนถึงแนวทางในการดำเนินนโยบายของรัฐบาลให้ชัดเจน โดยเฉพาะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่จะออกมา ควรให้มีความชัดเจนโดยเร็วที่สุด เนื่องจากปัจจัยในประเทศจะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักมากกว่าปัจจัยขับเคลื่อนจากภายนอก
"รัฐบาลไม่ต้องทำอะไร มองว่าหุ้นไทยยังมีปัจจัยพื้นฐานที่ดีเพียง แต่ต้องสื่อสารให้มากขึ้นว่าจากนี้ไปจะทำอะไรบ้าง ซึ่งเชื่อว่า รัฐบาลมีเม็ดเงินเพียงพอในการกระตุ้นเศรษฐดกิจโดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่"นายไพบูลย์ กล่าว
ทั้งนี้ยอมรับว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวลดลงวานนี้เกิดจากบรรยากาศความไม่แน่นอนของทั่วโลกทั้งปัญหาสงครามการค้า ความขัดเเย้งในฮ่องกง การเลือกตั้งใหม่ของอาเจนติน่าที่จะมีการเปลี่ยนแปลงผู้นำคนใหม่ ที่มีการดำเนินนโยบายประชานิยมสูง รวมถึงการเลือกตั้งในอิตาลีที่จะมาถึงด้วย ขณะที่ผลตอบแทนจากการลงทุนในพันธนบัตรสหรัฐฯหรือ บอนด์ยิว ระหว่าง 2 ปี และ 10 ปี สะท้อนถึง ภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐว่าฟื้นตัวหรือไม่ ดังนั้นตลาดหุ้นทั่วโลก จึงยังมีความผันผวน รวมถึงตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ ที่ยังมีความเสี่ยงจากการลงทุนอยู่สูงเช่นกัน ดังนั้นนักลงทุนจะต้องระมัดระวังการลงทุน ให้เหมาะสม
อย่างไรก็ตามสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ยังคาดการว่า ดัชนีหุ้นไทยในช่วงสิ้นปีนี้ จะอยู่ที่ 1,750 - 1,800 จุด ตามที่คาดการณ์ไว้เดิมได้ เนื่องจากนโยบายของนายโดนัล ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีท่าทีไม่เเข็งกร้าวเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งอาจจะทำให้บรรยากาศ การลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวดีขึ้นได้






