
เงินบาททิศทางแข็ง "ดอลลาร์อ่อน-หลายปัจจัย"กดดัน
นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธตลาดเงินตลาดทุนธนาคารกรุงไทยระบุค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ที่ระดับ 31.60 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงจากช่วงสิ้นวันทำการก่อนที่ระดับ 31.62 บาทต่อดอลลาร์
ในคืนที่ผ่านมา ตลาดการเงินปรับตัวขึ้นต่อโดยแรงหนุนของกลุ่มพลังงานเนื่องจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐลดลงถึง 3.8ล้านบาร์เรล ผลักให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นแตะ 67 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำจุดสูงสุดใหม่ของปีนี้
ด้านภาพรวมเศรษฐกิจอื่นๆ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนสหรัฐฯ (Durable goods order ex transportation) ในเดือนมกราคมขยายตัวถึง0.8% จากเดือนก่อนหน้า สูงที่สุดในรอบ 6 เดือน ชี้ว่าภาคเอกชนที่มีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนั้น รัฐสภาอังกฤษก็มีมติ “ไม่รับ” ข้อเสนอการแยกตัวออกจากอียูโดย “ไร้ข้อตกลง” ส่งผลให้วันนี้จะมีการลงมติข “ขอเลื่อน” กำหนดการแยกตัวออกจากอียูอีกครั้ง
สำหรับวันนี้ ตลาดจะจับตาไปที่ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของจีน มองว่าการผลิตภาคอุตสาหกรรมจะขยายตัว 5.5% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ยอดค้าปลีกจะขยายตัว 8.1% ชี้ว่านโยบายประคองเศรษฐกิจของจีนพอที่จะหนุนเศรษฐกิจได้
เงินบาทช่วงนี้จะมีทิศทางแข็งค่าอยู่ แม้จะมีแรงซื้อดอลลาร์จากสถาบันการเงินในประเทศ แต่ก็ทำได้แค่ชะลอการขึ้นไหว แนวโน้ม “ดอลลาร์อ่อน” และ “ตลาดที่เปิดรับความเสี่ยง” เป็นสองเรื่องหลักที่กดดันเป็นหลัก ขณะเดียวกัน การลงมติ Brexit วันสุดท้าย ที่จะเป็นการระบุว่าอังกฤษต้องการ “ขอเลื่อน” กำหนดเส้นตายของการออกจากสหภาพยุโรปไปก่อนก็จะเป็นบวกกับเงินปอนด์และยูโรต่อได้เล็กน้อยกรอบค่าเงินบาทวันนี้ 31.55-31.65 บาทต่อดอลลาร์
ขณะที่ ค่ายกสิกรไทยระบุเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับประมาณ 30.80-30.82 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงเช้าวันนี้ (8.50 น.) แข็งค่าขึ้น 0.2% จากระดับปิดตลาดวานนี้ที่ 30.88 บาทต่อดอลลาร์ฯ
เงินบาททรงตัวอยู่ที่ระดับ 30.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงเช้าวันนี้ โดยแม้เงินบาทจะขยับแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แต่ในระหว่างวันอาจต้องจับตาการฟื้นตัวขึ้นของเงินดอลลาร์ฯ ซึ่งได้รับแรงหนุนบางส่วน หลังจากที่สหรัฐฯ ประกาศเลื่อนการเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากกจีนออกไปเป็นวันที่ 15 ธ.ค. จากกำหนดเดิมในวันที่ 1 ก.ย.
สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทวันนี้ คาดไว้ที่ 30.70-30.90 บาทต่อดอลลาร์ฯ ส่วนปัจจัยที่ต้องติดตามเพิ่มเติม ได้แก่ ดัชนีราคาสินค้านำเข้าและส่งออกเดือนก.ค.ของสหรัฐฯ ทิศทางเงินหยวนและค่าเงินในภูมิภาค ตลอดจนความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในฮ่องกง






