
ประท้วงในฮ่องกงลุกลามฉุดดาวโจนส์ปิดร่วง 389.73 จุด
ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืนนี้ (12 ส.ค.)ร่วงลง 389.73 จุด หรือ -1.48% ปิดที่ 25,897.71 จุด ดัชนี S&P500 ลดลง 35.56 จุด หรือ -1.22% ปิดที่ 2,883.09 จุด และดัชนี Nasdaq ลดลง 95.73 จุด หรือ -1.20% ปิดที่ 7,863.41 จุด
ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลง เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่จะเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีน 10% คิดเป็นมูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์ในวันที่ 1 กันยายนนี้ ขณะที่กระทรวงการคลังสหรัฐระบุอย่างเป็นทางการว่าจีนเป็นประเทศที่ปั่นค่าเงินด้วยการปล่อยให้เงินหยวนอ่อนค่าเพื่อหวังข้อได้เปรียบด้านการค้า ล่าสุดเมื่อวานนี้ธนาคารกลางจีนได้กำหนดอัตราค่ากลางของหยวนที่ระดับ 7.0211 หยวนต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงจากระดับของวันศุกร์
นอกจากนี้ตลาดหุ้นนิวยอร์กยังได้รับแรงกดดันจากการชุมนุมประท้วงในฮ่องกงที่ลุกลาม โดยนักลงทุนจับตาท่าทีของจีนอย่างใกล้ชิดว่าจะใช้กำลังในการจัดการกับกลุ่มผู้ชุมนุมในฮ่องกงหรือไม่
ราคาหุ้นบริษัทขนาดใหญ่ 11 กลุ่มที่คำนวณในดัชนี S&P500 ร่วงลงทั้งหมด หุ้นกลุ่มธนาคาร กลุ่มพลังงาน และกลุ่มสินค้าผู้บริโภคร่วงลงหนักสุด โดยหุ้นซิตี้กรุ๊ป ดิ่งลง 2.7% หุ้นมอร์แกน สแตนลีย์ ดิ่งลง 2.7% หุ้นโกลด์แมน แซคส์ ดิ่งลง 2.6% หุ้นแบงก์ ออฟ อเมริกา ร่วงลง 2.4% และหุ้นเจพีมอร์แกน เชส ร่วงลง 1.9 %
หุ้นในกลุ่มพลังงาน หุ้นมาราธอน ปิโตรเลียม ดิ่งลง 4.1% หุ้นเดวอน เอนเนอร์จี ร่วงลง 2.2%หุ้นเชฟรอน ลดลง 0.7% หุ้นฮัลลิเบอร์ตัน ลดลง 0.5% และ หุ้นเอ็กซอนโมบิล ลดลง 0.5%






