
“วราวุธ”สั่งลุยแก้ภัยแล้ง ปภ.ลงพื้นที่เฝ้าระวัง “วาตภัย-ไฟป่า”
จากสถานการณ์มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย รวมถึงมีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ ทำให้ภาคตะวันออกและภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ประกอบกับบางพื้นที่มีฝนสะสมอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง อีกทั้งคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2 – 4 เมตร อ่าวไทยตอนบนคลื่นสูง 2 -3 เมตร หน่วยงานเกี่ยวข้องรุดลงพื้นที่เตรียมรับมือมรสุมและฝนตกหนัก ขณะพื้นที่ภาคอีสานประสบความเดือดร้อนจากภัยแล้งนั้น
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) กล่าวถึงการแก้ปัญหาวิกฤติภัยแล้งในหลายจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดสุรินทร์และบุรีรัมย์ นั้น กรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยกรมทรัพยากรน้ำ และกรมทรัพยากรน้ำบาดาลเร่งลงพื้นที่ทึ้งสองจังหวัด โดยให้ปลัดกระทรวงทรัพยาการฯประสานงานใกล้ชิดกับปลัดกระทรวงสาธารณสุขเพื่อช่วยทุกโรงพยาบาลในพื้นที่ หาแหล่งน้ำ ขุดเจาะน้ำบาดาลเพิ่มเติม โดยพร้อมจะส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจและขุดเจาะให้กับทุกโรงพยาบสลที่ต้องการบ่อบาดาล โดยให้ถือเป็นเรื่องสำคัญเพื่อเพิ่มศักยภาพการใช้น้ำอุปโภคบริโภคและความปลอดภัยของแต่ละโรงพยาบาล
ที่ผ่านมา(วันที่ 9สิงหาคม 2562) นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก) ได้ประสานศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตและจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัย ประกอบด้วย พื้นที่ต้องติดตามสถานการณ์ผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม 6 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ตราด ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ พื้นที่ที่ต้องติดตามสถานการณ์ผลกระทบจากคลื่นลมแรง 10 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ดำเนินการตามมาตรการและแนวทางการปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้วยการจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน ระดับน้ำ และแนวโน้มสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง ควบคู่กับการจัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์เข้าประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันที นอกจากนี้ ประสานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้มงวดมาตรการความปลอดภัยทางทะเล โดยเฉพาะการห้ามเดินเรือขนาดเล็ก รวมถึงให้ผู้ควบคุมเรือตรวจสอบความพร้อมของตัวเรือ เครื่องยนต์ จัดเตรียมเครื่องมือประจำเรือและอุปกรณ์ช่วยชีวิตทางน้ำให้พร้อมใช้งาน อีกทั้งกำชับสถานประกอบการในพื้นที่ริมชายฝั่งทะเลแจ้งเตือนนักท่องเที่ยวห้ามประกอบกิจกรรมทางทะเลทุกประเภท โดย ขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยติดตามพยากรณ์อากาศ และปฏิบัติตามประกาศเตือนภัยอย่างเคร่งครัดท้ายนี้ และติดต่อสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง
สำหรับสถานการณ์ไฟไหม้ป่าในจังหวัดนครศรีธรรมราช 3อำเภอทั้ง เชียรใหญ่ เขาพระบาทและหัวไทรนั้น ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยงานทหาร และหน่วยงานทีเกี่ยวข้องออกปฎิบัติการควบคุมและดับไฟ โดยศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตและในพื้นที่ได้จัดเจ้าหน้าที่ พร้อมวัสดุพร้อมรถบรรทุกน้ำขนาด 1 หมื่นลิตร รถผลิตน้ำดื่มสนับสนุนโรงครัวพระราชทาน รถยนต์กู้ภัยชุดพ่วงยานยนต์ดับเพลิง รถบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิงขนาด6,000ลิตร รถกู้ภัยเคลื่อนที่เร็วเพื่อเฝ้าระวังตลอด 24ชั่วโมงและขอความร่วมมือจากประชาชนร่วมช่วยป้องกันไฟไหม้ป่า งดเว้นการเผาขยะใกล้แนวชายป่า ทิ้งก้นบุหรี่บนพงหญ้าแห้ง และหากพบเห็นไฟป้าสามารถแจ้งทางสายด่วนนิรภัย 1784ตลอด 24ชั่วโมง






