thansettakij
thansettakij
เตือนเสี่ยงลงทุนทองคำ  แนะเล่นสั้น หลังราคาดีดขึ้นกว่า 16%    

เตือนเสี่ยงลงทุนทองคำ แนะเล่นสั้น หลังราคาดีดขึ้นกว่า 16%    

10 ส.ค. 62 | 10:00 น.

เตือนลงทุนทองคำช่วงขาขึ้น ระวังแรงเทขายหลังราคาดีดตัว ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันกว่า 16%  แนะเก็งกำไรระยะสั้นตามปัจจัยของสงครามการค้า เฟดลดดอกเบี้ยและดอลล์อ่อนค่า   คาดทิศทางทองคำถึงปลายปียังเป็นขาขึ้นแต่อัพไซด์จำกัด ถือยาวเสี่ยง               

นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โกลเบล็ก จำกัด  กล่าวกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าจากแรงหนุนทั้งเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่าลง สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนที่ตึงเครียด ส่งผลให้มีแรงซื้อทองคำในฐานะสิน
ทรัพย์ปลอดภัย กอปรกับกองทุน SPDR Gold Trust กองทุน ETF รายใหญ่ของโลกเข้าซื้อทองคำต่อเนื่อง หนุนให้ราคาทองคำตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันปรับขึ้นจาก 1,300 ดอลลาร์สหรัฐฯมายืนเหนือ 1,500 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์

 

เตือนเสี่ยงลงทุนทองคำ  แนะเล่นสั้น หลังราคาดีดขึ้นกว่า 16%    

“ราคาทองคําได้ปรับขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่หากไม่มีปัจจัยหนุนดังกล่าวก็อาจจะกลับมานิ่งดังนั้นการลงทุนควรลงระยะสั้น (1-2 เดือน) ไม่แนะให้ถือยาวเพราะมีความเสี่ยงสูง  เราประเมินว่าหากเฟดปรับลดดอกเบี้ยรอบแรก ราคาทองคำจะปรับขึ้นระดับ 1,450 ดอลลาร์ฯ และหากลดดอกเบี้ยรอบ 2 ราคาทองคําจะปรับขึ้นแตะ 1,500 ดอลลาร์สหรัฐฯแต่กลับปรากฏว่า ราคาทองปรับขึ้นเร็วกว่าคาด ทั้งๆที่ยังไม่ปรับลดดอกเบี้ยรอบ 2  สะท้อนว่าตลาดรับรู้ไปแล้วว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยลงอีก” 

อย่างไรก็ดีแนวโน้มราคาทองคำยังขึ้นได้อีก ช่วง 1,535-1,550  ดอลลาร์สหรัฐฯ แต่อัพไซด์จำกัด ปัจจัยหนุนจาก 1. สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีนยังดำเนินต่อคาดยังไม่จบลงได้ง่ายๆ  2. เฟดลดดอกเบี้ยลงต่อ  และ 3. เบร็กซิทในกรณีที่ไม่มีข้อตกลง แต่หากเป็นในทิศทางตรงข้าม ราคาทองคำจะกลับมานิ่ง

นายกิติชาญ ศิริสุขอาชา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์รายย่อย บล.ซีจีเอส- ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย)ฯ กล่าวว่าแนวโน้มราคาทองคำยังเป็นขาขึ้น จากความกังวลเศรษฐกิจโลก ผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน อีกทั้งผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ (bond yield) 10 ปี ลงมาตํ่ามากจากต้นปีอยู่ที่ 2.6% ล่าสุดอยู่ระดับ 1.75%

 “ราคาทองคำถือว่าแพงไม่ควรจะเล่นตาม แต่หากจะลงควรเป็นช่วงสั้นๆ เล่นเมื่อมีอีเวนต์สงครามการค้าหรือเฟดลดดอกเบี้ย  เชื่อว่าสงครามการค้ายังลากยาวถึงสิ้นปี เนื่องจากสหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีจากจีนเพิ่มอีก 10% มูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในวันที่ 1 กันยายนนี้และอาจจะปรับขึ้นเป็น 25% ขณะที่จีนตอบโต้โดยไม่ซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ การลดค่าเงินหยวน   ส่วนธนาคารกลางสหรัฐฯก็ยังมีรูมลดดอกเบี้ยลงได้อีก  หลังจากปี 2561 เฟดขึ้นดอกเบี้ยทั้งปีถึง 4 ครั้ง”

เตือนเสี่ยงลงทุนทองคำ  แนะเล่นสั้น หลังราคาดีดขึ้นกว่า 16%    

สถิติราคาทองคำย้อนหลัง 10 ปี (2551-2561) ปรับขึ้นเฉลี่ยปีละ 5%  และตั้งแต่ต้นปีนี้ถึงปัจจุบัน (1 ม.ค.-8 ส.ค.62) ปรับขึ้น 16.8%  แตะระดับ 1,519  ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ (8 สิงหาคม 2562) โดยราคาทองคำเคยปรับขึ้นมากสุดในปี 2550 เพิ่มถึง 31% จาก 636.7 ดอลลาร์สหรัฐฯเป็น 833.93 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์  และแตะระดับสูงสุดในปี 2554 ที่ 1,920 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์

 บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) จก. ระบุในบทวิเคราะห์ว่า  World Gold Council  รายงานโครงสร้างตลาดทองคำไตรมาส 2/2562 พบว่าความต้องการทองคำรวมเพิ่มขึ้น 8% QoQ, 9% YoY เป็น 1,146 ตัน ที่เพิ่มขึ้นมากคือความต้องการเพื่อการลงทุนผ่านกองทุนทองคำ (Gold ETF) เพิ่มขึ้น 67% QoQ, 99% YoY เป็น 67 ตัน และธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองคำเร่งตัว
ขึ้น 50% QoQ, 47% YoY เป็น 224 ตัน ขณะที่อุปทานรวมเพิ่มขึ้น 4% QoQ และ 6% YoY อยู่ที่ 1,187 ตัน

ทั้งนี้ยังคงมุมมองเชิงบวกกับราคาทองคำในปีนี้จากอัพไซด์ของ Dallar Index ที่เริ่มจำกัด และการที่ทองคำถูกใช้เป็น Safe Haven ช่วงที่สินทรัพย์เสี่ยงมีความผันผวน ขณะที่แนวโน้มการอ่อนค่าของเงินบาทจะช่วยเปิดอัพไซด์ให้ราคาทองคำในประเทศ แนะนำซื้อทั้งใน
รูปแบบของการลงทุนในทองคำแท่ง, กองทุนทองคำ GLD /K-GOLD/KT- PRECIOUS/ GOLD Online   มีแนวรับ 1,420-1,430 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ และแนวต้าน 1,500-1,550 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์

ด้านฮั่วเซ่งเฮงระบุ คาดทิศทางราคาทองคำยังเป็นขาขึ้น มีแนวต้านที่แรกบริเวณ 1,510 ดอลลาร์ และแนวต้านถัดไปที่บริเวณ 1,520 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวรับแรกบริเวณ 
1,490 ดอลลาร์ และแนวรับถัดไปที่บริเวณ 1,480 ดอลลาร์ ส่วนระยะสั้นคาดจะเคลื่อน ไหวในกรอบบริเวณ 1,480-1,510 ดอลลาร์  อย่างไรก็ดีต้องระมัดระวังแรงเทขายทำกำไร

 

หน้า 17-18 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,495 วันที่ 11-14 สิงหาคม 2562

เตือนเสี่ยงลงทุนทองคำ  แนะเล่นสั้น หลังราคาดีดขึ้นกว่า 16%