thansettakij
thansettakij
แนะนักลงทุนซื้อขายทองคำระยะสั้น

แนะนักลงทุนซื้อขายทองคำระยะสั้น

05 ส.ค. 62 | 09:48 น.

สภาวะตลาดทองคำวันที่ 05 สิงหาคม ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบ 1,436.48 - 1,459.83 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกที่ 21,200 บาทต่อบาททองคำ เพิ่มขึ้น 250 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,950 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่โกลด์ฟิวเจอร์ส GFQ19 อยู่ที่ 21,370 บาท เพิ่มขึ้น 290 บาทจากวันก่อนหน้าที่ระดับ 21,080 บาท

               ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานผ่านทวิตเตอร์ว่า จีนเตรียมขอให้ผู้ซื้อของรัฐระงับการนำเข้าสินค้าเกษตรของสหรัฐ การตอบโต้ดังกล่าวมีขึ้นหลังจากเมื่อวันพฤหัสบดี ประธานาธิบดีโดนัดล์ ทรัมป์ ของสหรัฐประกาศดำเนินการเก็บภาษี 10% ต่อสินค้านำเข้าที่เหลือจากจีน มูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. สงครามการค้าที่ทวีความร้อนแรง กดดันตลาดหุ้นทั่วโลก จนกระตุ้นแรงซื้อเข้าสู่ตลาดทองคำ

               ขณะเดียวกันธนาคารกลางจีนเปิดไฟเขียวอย่างเต็มที่ต่อการอ่อนค่าของหยวน เพื่อต่อสู้กับสหรัฐในด้านการค้า โดยจีนปล่อยให้หยวนร่วงต่ำกว่าระดับ 7 หยวนต่อดอลลาร์เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 1 ทศวรรษ ซึ่งนักลงทุนในตลาดบางรายมองว่า เป็นระดับแนวรับสำคัญ โดยหยวนร่วงลงต่ำถึง 7.1097 หยวนต่อดอลลาร์ในการซื้อขายออฟชอร์ และ 7.0424 ต่อดอลลาร์ในการซื้อขายออนชอร์ ภายใต้สัญญาณที่ว่า จีนอาจเต็มใจอดกลั้นต่อการอ่อนค่าเพิ่มเติมของค่าเงิน จึงต้องติดตามต่อไปว่า จีนจะปล่อยให้หยวนอ่อนลงมากเพียงไรเพื่อชดเชยกับแรงกดดันที่หนักมากขึ้นต่อผู้ส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากสหรัฐดำเนินการเก็บภาษีเพิ่ม

นอกจากนี้ ฟิทช์ เรตติ้งส์ ซึ่งเป็นสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระบุว่า การทวีความร้อนแรงครั้งล่าสุดของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน สร้างความเสี่ยงสำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่จะกระทบคาดการณ์พื้นฐานก่อนหน้านี้

               ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐและจีน รวมทั้งผลกระทบจากการที่หุ้นวอลล์สตรีทถูกเทขายในวันศุกร์ จากความกังวลทางการค้าระลอกใหม่ ทั้งนี้ ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ทำผลงานรายสัปดาห์อ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค.เมื่อนักลงทุนตื่นตระหนกจากการคาดการณ์เรื่องภาวะเศรษฐกิจถดถอย โดยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์และ S&P500 แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนมิ.ย. อีกทั้งดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปรับลงติดต่อกันเป็นวันที่ 5 สอดคล้องกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียได้ถูกขายออกมาในช่วงต้นสัปดาห์นี้ จนสร้างแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

แนะนักลงทุนซื้อขายทองคำระยะสั้น

นอกจากนั้น อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีปรับลงมากที่สุดในรอบกว่า 7 ปีเมื่อเทียบรายสัปดาห์ เป็นปัจจัยหนุนให้ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นแตะระดับสูงสุดในกรอบกว่า 6 ปี และสร้างระดับสูงสุดครั้งใหม่ของปี 2019 ที่ระดับ 1,459.83 ดอลลาร์ระหว่างการซื้อขายของวันจันทร์ อย่างไรก็ตาม ช่วงที่ผ่านมาเมื่อราคาทองคำสร้างระดับสูงครั้งใหม่ของปี การแกว่งตัวและความผัวผวนของราคาทองคำมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งครั้งที่ผ่านมาในช่วงเดือนกรกฎาคม ราคาขึ้นทดสอบระดับ 1,452.95 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากนั้นมีแรงขายทำกำไรกดดันราคาอ่อนตัวลง ทดสอบระดับ 1,400.38 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้ แนะนำนักลงทุนอาจรอดูบริเวณ 1,441-1,430 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากยืนได้แนะนำเข้าซื้อ แต่หากหลุดลงมาให้ชะลอการซื้อออกไป ขณะที่หากราคาไม่สามารถกลับขึ้นมายืนเหนือแนวต้าน 1,460-1,466 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจแบ่งทองคำออกขายเพื่อทำกำไรบางส่วนและรอเข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลง

               สำหรับกลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีมีมุมมองว่า หากราคาทองคำยืนเหนือบริเวณแนวรับ 1,441 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ในระยะสั้นราคาทองคำยังมีโอกาสขยับขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,460-1,466 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยบริเวณนี้นักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจมีการขายทำกำไรบางส่วนออกมาบ้าง โดยให้ดูว่า ราคาจะผ่านแนวต้านได้หรือไม่ หากไม่ผ่านราคาอาจจะมีการอ่อนตัวลงอีกครั้ง โดยนักลงทุนที่รอซื้อทองคำอาจรอดูการตั้งฐานของราคาโดยประเมินแนวรับไว้ที่ 1,441-1,430 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนำนักลงทุนซื้อขายในระยะสั้น ส่วนนักลงทุนระยะยาวคงต้องรอการย่อตัวและการตั้งฐานของราคาทองคำแล้วจึงเข้าซื้ออีกครั้ง


แนะนักลงทุนซื้อขายทองคำระยะสั้น