
เร่งแก้ปมสหกรณ์กู้หนี้วนซ้ำ
กลุ่มสหกรณ์ฯ รุดหารือเจ้ากระทรวงเกษตรฯ หวังสางปัญหา“กู้หนี้วนซํ้า” ต้นเหตุหนี้เสียตํ่า ไม่สะท้อนภาพจริงแถมกฎกระทรวงล่าช้า วงในยอมรับ สหกรณ์ออมทรัพย์ 3แห่ง ส่งสัญญาณเซ มูลหนี้ 4,000 ล้านบาท
ความเปราะบางของกลุ่มสหกรณ์ออมทรัพย์ยังเป็นประเด็นที่ต้องจับตา โดยเฉพาะหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ที่อยู่ในระดับตํ่าน้อยกว่า 0.1% จากยอดสินเชื่อราว 2 ล้านล้านบาท ซึ่งยังไม่สะท้อนคุณภาพสินเชื่อที่แท้จริง เพราะเกิดจากสหกรณ์ออมทรัพย์มีการกู้สินเชื่อใหม่เพื่อชำระหนี้เก่า (Rollover) ทำให้หน่วยงานรัฐ ทั้งกระทรวงการคลัง กระทรวง เกษตรและสหกรณ์และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ออกมาส่งสัญญาณให้มีการกำกับดูแลและแก้ไขปัญหาเอ็นพีแอลให้สะท้อนคุณภาพสินเชื่อที่แท้จริง เพื่อปิดช่องทางการก่อหนี้ครัวเรือนอีกช่องทางหนึ่ง แต่จนถึงปัจจุบันคุณภาพหนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ยังมีสัญญาณเปราะบาง ขณะที่การออกกฎกระทรวงประกอบ พ.ร.บ. สหกรณ์ ยังมีความล่าช้า จำเป็นต้องเร่งรัดให้เกณฑ์ส่วนที่สำคัญ โดยเฉพาะด้านเครดิต สภาพคล่อง และการก่อหนี้ของลูกหนี้ครัวเรือน สามารถออกบังคับใช้ได้โดยเร็ว
นายประมูล ศรีชนะ ประธานสหกรณ์ครูยโสธร เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า การกู้หนี้ใหม่เพื่อนำไปชำระหนี้เก่าเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดเป็นปรากฏ การณ์เรียกว่า “กู้วนซํ้า” ซึ่งจะเกิดในสหกรณ์ออมทรัพย์ส่วนใหญ่ แม้ว่าสหกรณ์แต่ละแห่งจะกำหนดเพดานการกู้เอาไว้ก็ตาม เพราะสมาชิกต้องการใช้วงเงินกู้หลายวัตถุประสงค์ต่างกัน เช่น กู้เพื่อก่อสร้างบ้าน กู้เพื่อลงทุน หรือเพื่อใช้จ่ายอื่นๆรวมถึงซื้อรถยนต์ ดังนั้นการกู้วนซํ้า จึงมีให้เห็นเช่น สหกรณ์ครูกู้เงินสถาบันการเงินหลายแห่ง แม้จะยังไม่เกิดเป็นปัญหา แต่มีการพูดคุยกันมาอย่างต่อเนื่องระหว่างภาครัฐและกลุ่มสหกรณ์ ส่วนหนึ่งเพื่อต้องการแก้ไขเรื่องของการกู้วนซํ้า คือ กู้จากสถาบันหนึ่ง เพื่อนำเงินกู้ไปชำระคืนหนี้กับอีกสถาบันหนึ่ง หรือ กู้ระหว่างสหกรณ์ด้วยกัน เพื่อชำระหนี้ที่ครบกำหนดแต่ละงวด
“เข้าใจว่าทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามหาทางแก้ไขปัญหาการกู้วนซํ้า เพื่อไม่ให้กลายเป็นปัญหาในอนาคตอย่าง หนี้ของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น(สคจ.) ที่ยังค้างชำระสหกรณ์เจ้าหนี้และเป็นประเด็นที่สมาชิกรายย่อยของสหกรณ์ออมทรัพย์หลายแห่งออกมาทวงถามคณะกรรมการบริหารแต่ละสหกรณ์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยได้รับเป็นเจ้าภาพประสานกับภาครัฐแล้ว”
แหล่งข่าวจากสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งหนึ่งระบุว่า กลุ่มสหกรณ์ฯกำลังหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ใน 3 ประเด็น เช่น แนว ทางแก้ปัญหาการกู้วนซํ้ากรณีการกู้ธนาคารโดยใช้บำเหน็จตกทอดคํ้าประกัน ทำให้ผู้กู้สามารถกู้เงินของตัวเองใช้โดยไม่มีเงินเดือนเหลือ เพื่อชำระคืนสหกรณ์เจ้าหนี้ ทั้งๆที่กฎหมายระบุสิทธิให้สหกรณ์เจ้าหนี้สามารถหักหนี้ได้ก่อนก็ตาม รวมถึงหารือกรณีของสคจ.และสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟฯ ที่ขอให้ชะลอการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญออกไปก่อน ซึ่งเท่าที่ทราบมีเพียงสหกรณ์ออมทรัพย์ 2-3 แห่งที่อยู่ระหว่างแก้ไขปัญหา มีมูลหนี้รวม 4,000 ล้านบาท
“ระหว่างนี้ภาครัฐก็พยายามแก้ไขปัญหา โดยทยอยออกกฎหมาย 12 ฉบับเพื่อดูแลกลุ่มสหกรณ์ออมทรัพย์และเครดิตยูเนี่ยน ซึ่งในขั้นตอนร่างกฎกระทรวง มาตรา 89/2 ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)สหกรณ์ฉบับใหม่ยังมีประเด็นส่งผลกระทบค่อนข้างมากในทางปฏิบัติกับกลุ่มสหกรณ์ออมทรัพย์ฯ เช่น จำกัดวงเงินกู้แต่ละสหกรณ์ต้องมีเงินคงเหลือ 30% ของเงินเดือน 30,000 บาทส่วนการก่อหนี้ใหม่ก็จะมีเกณฑ์่กำหนดให้ชัดเจนให้การปล่อยกู้ไม่เกิน 1.5 เท่าของทุนเรือนหุ้นรวมกับทุนสำรองฯของแต่ละสหกรณ์ ซึ่งหากเป็นหนี้เก่าจะทยอยลดหนี้ลงมาคงเหลือในระดับ 1.5 เท่าของทุนเรือนหุ้นรวมทุนสำรองฯ และเหลืองวดผ่อนชำระเพียง 150 งวดจากที่ผ่านมาผ่อนกัน 300-400 งวด”
หน้า 19-20 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,493 วันที่ 4-7 สิงหาคม 2562






