thansettakij
thansettakij
พรินซิเพิล ชี้จังหวะดีทยอยลงทุน REITs

พรินซิเพิล ชี้จังหวะดีทยอยลงทุน REITs

01 ส.ค. 62 | 08:06 น.

 พรินซิเพิล มองเศรษฐกิจครึ่งปีหลังยังผันผวน แนะเป็นจังหวะทยอยลงทุน REITs ในไทย โอกาสรับผลตอบแทนเพิ่ม หลังราคาสินทรัพย์ปรับฐาน ขณะที่อัตราเช่าพื้นที่และค่าเช่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ชูกองทุนเปิด ‘พรินซิเพิล พร็อพเพอร์ตี้ อินคัม พลัส เฮลท์’ 
    นายจุมพล สายมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.) พรินซิเพิล จำกัดเปิดเผยว่า บริษัทประเมินทิศทางการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองรีทส์(REITs)ในประเทศไทยช่วงครึ่งปีหลังยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี จากการคาดหวังโอกาสรับผลตอบแทนในรูปเงินปันผลที่อัตราเฉลี่ย 4%-5% เนื่องจากมีปัจจัยสนับสนุนทั้ง อุปสงค์ในตลาดอาคารสำนักงานให้เช่าที่มีอยู่อย่างจำกัด อัตราค่าเช่าพื้นที่และค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ประกอบกับแนวโน้มเศรษฐกิจครึ่งปีหลังยังมีความผันผวนสูงจากการดำเนินนโยบายปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ จะส่งผลให้เกิดกระแสเงินไหลเข้าสู่กอง REITs ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่มีลักษณะ Yield Play Assets หรือ สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนจากการจ่ายเงินปันผล

พรินซิเพิล ชี้จังหวะดีทยอยลงทุน REITs
    นอกจากนั้น ด้วยราคาสินทรัพย์ของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองรีทส์ (REITs) ที่ปรับลดลงตั้งแต่ช่วงที่ผ่านมา จากแรงเทขายทำกำไรของนักลงทุน หลังจากราคาสินทรัพย์ประเภทดังกล่าวได้ปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 20% ซึ่งการปรับฐานดังกล่าวเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ทำให้ราคาสินทรัพย์จะปรับตัวลดลงไม่มากนักในช่วงครึ่งปีหลัง จึงเป็นโอกาสดีของนักลงทุนที่จะทยอยเข้าลงทุนในกอง REITs ในจังหวะที่ราคาหน่วยลงทุนถูกลง แม้ว่า valuation และราคาของ REITs โดยรวมอาจถือได้ว่าราคาไม่ถูกนัก

“ด้วยมุมมองดังกล่าว เราจึงแนะนำทยอยเข้าลงทุนในกองทุนเปิด ‘พรินซิเพิล พร็อพเพอร์ตี้ อินคัม พลัส เฮลท์’หรือ Principal Property Income Plus Health Fund (PRINCIPAL iPROPPLUS) ซึ่งลงทุนกระจุกตัวในกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ (Property Sector Fund) ดังนั้นหากมีปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนดังกล่าว ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก จึงแนะนำให้ลงทุนเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ต ด้วยการเพิ่มสัดส่วนการลงทุน 10%-20% ของมูลค่าพอร์ตรวม เพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนในภาวะที่ตลาดการเงินโลกมีความไม่แน่นอน”
    ทั้งนี้กองทุนดังกล่าวเปิดขายหน่วยลงทุนครั้งแรกเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่ผ่านมา ถือเป็นทางเลือกของนักลงทุนในการรับผลตอบแทนที่ดีและต่อเนื่องในระยะยาว จากการลงทุนในกองทุนรวมหน่วยลงทุนอสังหาริมทรัพย์ พร้อมจุดเด่นเพื่อเพิ่มโอกาสในการมอบสิทธิประโยชน์ความคุ้มครองด้านประกันชีวิตและสุขภาพ โดยบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ผู้ลงทุนสามารถได้รับสิทธินี้เมื่อลงทุนในกองทุนตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป จากแผนความคุ้มครองทั้งหมด 5 แผนตามมูลค่าเงินลงทุน เราเชื่อว่ากองทุนPRINCIPAL iPROPPLUS มีนโยบายการลงทุนทีดีเหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุนระยะยาวและโอกาสรับผลตอบแทนจากเงินปันผล ในขณะที่ได้รับเพิ่มเติมในสิทธิประโยชน์ความคุ้มครองประกันชีวิตและสุขภาพ 
        ขณะที่ผลการดำเนินงานกองทุนฯ สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดี โดยให้อัตราผลตอบแทนนับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนฯ (1 สิงหาคม 2561 - 30 มิถุนายน 2562) เป็นระยะเวลา 11 เดือน อยู่ที่ 17.81% และในปีนี้จ่ายเงินปันผลแล้ว 2 ครั้ง รวม 0.75บาทต่อหน่วย โดยครั้งแรกจ่ายในอัตรา 0.25 บาทต่อหน่วย และครั้งที่ 2 จะจ่ายเงินปันผลในวันที่ 7 สิงหาคม 2562 อัตรา 0.50 บาทต่อหน่วย

พรินซิเพิล ชี้จังหวะดีทยอยลงทุน REITs