
ส่องหุ้นเด็ด รับประโยชน์ นโยบายรัฐ
บล.ไทยพาณิชย์ฯ เปิดนโยบายรัฐบาลที่มีโอกาสเกิดขึ้นสูง 8 มาตรการ พร้อมหุ้นที่ได้อานิสงส์ มอง CPALL ได้ประโยชน์สุด โบรกคาดรัฐบาลเข็นมาตรการกระตุ้นบริโภคออกเร่งด่วน เป็นที่น่าติดตามไม่น้อยสำหรับนโยบายของรัฐบาลใหม่ที่แถลงในวันที่ 25-26 กรกฎาคม 2562 ถูกจับตาว่าจะมีมาตรการใดที่มีความเป็นไปได้สูงที่จะคลอดออกมาได้ โดยเฉพาะการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ที่ปัจจุบันยังซบเซาซึ่งในส่วนของบริษัทจดทะเบียน(บจ.)ไทยนั้นจะได้รับประโยชน์จากการเป็นผู้ประกอบการโดยตรง หากมาตรการต่างๆ ถูกเข็นออกมาใช้จริง
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ไทยพาณิชย์ จำกัด ได้คาดการณ์นโยบายของพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลที่คาดว่าจะมีโอกาสเกิดได้สูง และมีผลต่อหุ้นที่เกี่ยวข้องให้ได้ประโยชน์และน่าสนใจ คือ นโยบายสานต่อบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ขยายกลุ่มเป้าหมาย อาทิ ผู้สูงอายุ, คนพิการ, สตรีมีครรภ์ และแรงงาน ประกอบด้วย วงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษา จากร้านธงฟ้า, ส่วนลดค่าก๊าซหุงต้ม, ค่าเดินทางรถสาธารณะ, เบี้ยคนพิการ, ค่าเช่าบ้านผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป, ค่านํ้าประปาและค่าไฟฟ้า และค่าเดินทางไปรักษาพยาบาลผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป โดยหุ้นที่จะได้ประโยชน์จากนโยบายนี้ คือ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) (บมจ.)(CPALL), บมจ.เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) และบมจ. บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS)
ด้านนโยบายมารดาประชารัฐ ประกอบด้วย เงินอุดหนุนตั้งครรภ์, ค่าคลอดบุตร และค่าดูแลเด็กถึงอายุ 6 ขวบ มีหุ้นที่ได้รับประโยชน์ คือบมจ.ซีพี ออลล์ (CPALL), บมจ. เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) และบมจ. โรบินสัน (ROBINS) ส่วนนโยบายกระตุ้นการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ประกอบด้วย เศรษฐกิจดิจิทัล, สังคมดิจิทัล และความมั่นคงดิจิทัล โดยหุ้นที่ได้รับประโยชน์ คือ บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC), บมจ. ซินเน็ค (ประเทศไทย) (SYNEX) และ บมจ.อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม
ขณะที่ นโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยจะเพิ่มไปที่จังหวัดอื่นๆ ทำให้ หุ้นที่ได้รับประโยชน์ คือ บมจ. อมตะ คอร์ปอเรชัน (AMATA), บมจ.สวนอุตสาหกรรมโรจนะ (ROJNA) และบมจ.ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA) ด้านนโยบายกัญชาเสรีเพื่อการแพทย์ ซึ่งจะแก้ พ.ร.บ.ยาเสพติด พืชเศรษฐกิจตัวใหม่ ให้กัญชาเป็นสมุนไพรทางการแพทย์ทางเลือก ส่งผลให้หุ้นบมจ.ดีโอดี ไบโอเทค (DOD) ได้รับประโยชน์จากมาตรการดังกล่าว
ขณะเดียวกัน นโยบายยกระดับอสม. เป็นหมอประจำบ้าน โดยให้ อสม. เป็นกลไกหลักดูแลปัญหาสุขภาพของประชาชนผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล เชื่อมโยงข้อมูลผ่านแอพพลิเคชัน ส่งผ่านข้อมูลผู้ป่วยถึงคุณหมอโดยตรง และนโยบายขับ Grab ถูกกฎหมาย ซึ่งจะแก้กฎหมายขนส่ง สร้างทางเลือกใหม่ให้ กับการเดินทางของประชาชนในกรุงเทพมหานคร โดยหุ้นที่ได้รับประโยชน์คือ บมจ. ซีพี ออลล์ (CPALL), บมจ.เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) และ บมจ. โรบินสัน (ROBINS)
นอกจากนี้ นโยบายพัฒนาระบบรางให้ครบและเชื่อมโยงกับระบบถนน ประกอบด้วย โครงการรถไฟความเร็วสูง 3 เส้นทาง (ไทย-จีน เฟส 2 โคราช-หนองคาย, กรุงเทพฯ-หัวหิน, กรุงเทพฯ-พิษณุโลก), โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก (ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ-บางขุน นนท์), โครงการสุวรรณภูมิ เฟส 2 และมอเตอร์เวย์ (นครปฐม-ชะอำ, บางใหญ่-กาญจนบุรี) โดยหุ้นที่ได้รับประโยชน์ คือ บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC), บมจ.ซีฟโก้ (SEAFCO) และ บมจ.ทิปโก้แอส ฟัลท์ (TASCO)
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บมจ.บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า นโยบายรัฐบาลที่แถลงในวันที่ 25-26 กรกฎาคมนั้น ยังไม่มีผลต่อบรรยากาศการลงทุน เพราะยังเป็นภาพรวมต้องติดตามหลังจากนี้ว่าจะมีรายละเอียดแต่ละมาตรการอย่างไร และจะมีมาตรการเร่งด่วนในด้านไหน โดยคาดว่ามาตรการที่จะออกมาก่อน คือ การกระตุ้นการบริโภค เนื่องจากเห็นผลได้เร็วและง่ายที่สุด ซึ่งกลุ่มค้าปลีก อาหาร และท่องเที่ยว จะได้รับประโยชน์มากที่สุด
หน้า 17-18 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,491 วันที่ 28-31 กรกฎาคม 2562






