
“ โกลเบล็ก”ฟอร์มดี ครึ่งปีแรก โชว์ผลตอบแทน Structured Note 7-10%
“ โกลเบล็ก”ฟอร์มดี ครึ่งปีแรก โชว์ผลตอบแทน Structured Note 7-10%บล.โกลเบล็ก ฟอร์มดีหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง “Structured Note” ครึ่งแรกปี 62 ประสบความสำเร็จกว่า 90% โดยที่ผ่านมามีหุ้นอ้างอิงเด่น 5 ตัว ในSET 50 อาทิ TOP-BJC-IVL- PTTEP-DTAC สร้างผลตอบแทนให้ลูกค้าเฉลี่ย 7-10% เชื่อครึ่งปีการลงทุนในรูปแบบอนุพันธ์แฝงยังคงสดใส ระบุภาวะดอกเบี้ยลดลงยิ่งเสริมความน่าลงทุน เหตุให้ดอกเบี้ยสูงกว่า10 % ต่อปี
ทั้งนี้ จากการเลือกแนะนำหุ้น เพื่อลงทุนในหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง ของบล.โกลเบล็ก จากการประเมินอัตราผลตอบแทนของกลุ่มนักลงทุนที่ลงทุนในหุ้นอนุพันธ์ ดังกล่าว ปรากฏว่า นักลงทุนได้รับผลตอบแทนโดยเฉลี่ย 7-10% ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนของจำนวนนักลงทุนที่ลงทุนผ่านหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง (GBS12)กว่า 90% ประสบความสำเร็จในการได้รับผลตอบแทนทั้งหมด
ปัจจุบัน บล.โกลเบล็ก มีลูกค้าที่ลงทุนในตราสารหนี้ และหันมาลงทุนในหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงเพิ่มมากขึ้น เพราะได้ดอกเบี้ยที่สูงกว่า ซึ่งมีหลายๆ ชุดที่ให้ดอกเบี้ยสูงกว่า 10 % ต่อปี และลงทุนระยะสั้นเพียง 1 เดือน แถมคุ้มครองเงินลงทุน 80 % แต่อย่างไรก็ตามหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงมีความเสี่ยงมากกว่าหุ้นกู้ปกติ เนื่องจากเมื่อครบ 1 เดือน ปรากฏว่าหุ้นอ้างอิงลงต่ำกว่าราคาใช้สิทธินักลงทุนก็จะได้รับหุ้นอ้างอิงตัวนั้นไปแทนการรับเงินสด
“ครึ่งปีแรก 62 ที่ผ่านมา นักทุนได้รับการไถ่ถอนหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง เป็นเงิน 65 % และหุ้นคิดเป็น 35 % จากการติดตามนักลงทุนดังกล่าว พบว่าราคาหุ้นอ้างอิงปรับตัวสูงกว่าต้นทุนหุ้นอ้างอิงที่ได้รับไปเกือบทั้งหมด และมีกำไรจากการขายหุ้น และนำเงินจำนวนดังกล่าวมาซื้อหุ้นกู้อนุพันธ์แฝงซ้ำ ซึ่งได้รับทั้งดอกเบี้ยและกำไรจากการขายหุ้น นักลงทุนประสบความสำเร็จจากการลงทุนในหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงมากกว่า 90 % เนื่องจากผู้แนะนำการลงทุนของบริษัทฯมีประสบการณ์สูง ได้คัดเลือกผลิตภัณฑ์ และหุ้นอ้างอิงได้ที่เหมาะกับสภาพตลาด” นายวิสูตรกล่าว
ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง บล.โกลเบล็ก กล่าวถึงทิศทางหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง “Structured Note” ในครึ่งปีหลัง 2562 ว่า นักลงทุนหันมาสนใจหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงมากขึ้น เนื่องจากแนวโน้มดอกเบี้ยที่ลดลง ผู้ออกหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงมีมากขึ้น นักลงทุนมีความรู้ความเข้าใจในตัวผลิตภัณฑ์มากขึ้น รวมทั้ง บริษัทหลักทรัพย์ และธนาคาร ต่างพร้อมที่จะเป็นผู้เสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงให้กับลูกค้าตนเองที่ต้องการดอกเบี้ย หรือผลตอบแทนสูงๆ แต่ก็รับความเสี่ยงได้ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะธนาคารซึ่งมีกลุ่มลูกค้าเงินฝาก และซื้อตราสารหนี้กับธนาคารจำนวนมาก หากมีการเลือกประเภทหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง และหุ้นอ้างอิงให้เหมาะกับสภาพตลาดก็จะให้ผลตอบแทนมากกว่าการลงทุนในตราสารหนี้ และตั๋วแลกเงิน (B/E)
อย่างไรก็ตาม ในกรณีเลวร้ายจากการลงทุนหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงยังได้หุ้นใน SET 50 ซึ่งมีสภาพคล่องสูงพื้นฐานดี จึงมั่นใจว่าตลาดหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงของไทยยังมีแนวโน้มเติบโตได้อีกมาก และคาดว่ามีมูลค่าตลาดแตะระดับ 100,000 ล้านบาทได้ในอนาคต จาก 2561 ที่มีมูลค่าตลาดรวม 70,000 ล้านบาท และครึ่งปีแรก 62 มีมูลค่าตลาดรวม 35,000 ล้านบาท จากผู้ออกหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงที่เป็นสถาบันการเงินในประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 16 ราย โดยส่วนใหญ่ยังคงอ้างอิงเป็นหุ้นถึง 77% และขายให้กับนักลงทุนสถาบัน และนักลงทุนรายใหญ่ทั้งหมด






