
เงินบาทนิ่ง จับทางต่างชาติซื้อขายบอนด์
นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย ระบุค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 30.91 บาทต่อดอลลาร์ ไม่เปลี่ยนแปลงจากช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อน
ผู้ค้าในตลาดเงิน ซื้อขายกันอย่างเบาบางในช่วงต้นสัปดาห์ ขณะที่นักลงทุนส่วนใหญ่เลือกที่จะถือดอลลาร์เป็นที่พักความเสี่ยง ประกอบกับราคาทองคำปรับตัวอ่อนค่าลง นักลงทุนเอเชียจึงกลับเข้าซื้อ ส่งผลให้มีแรงซื้อเงินดอลลาร์กลับขึ้นมา
ในช่วงต่อไป ต้องจับตาทิศทางการซื้อขายบอนด์ของต่างชาติ แม้ในระยะสั้นเราจะเห็นแรงขายต่อเนื่องหลังธปท.ออกนโยบายในเชิงสกัดเงินร้อน แต่เราเชื่อว่า ส่วนใหญ่เป็นการขายทำกำไรตราสารหนี้ระยะสั้นที่ผลตอบแทนปรับตัวลงต่ำแตะระดับดอกเบี้ยนโยบาย ในระยะยาว จึงต้องจับตาการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ เนื่องจากจะส่งผลให้เกิดความผันผวนของกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายมากขึ้น
กรอบค่าเงินบาทวันนี้ 30.85-30.95 บาทต่อดอลลาร์
ทั้งนี้ คืนที่ผ่านมา ตลาดทุนทั่วโลกกลับเข้าโหมดเปิดรับความเสี่ยง (Risk-On) หลังสหรัฐฯ เตรียมเปิดการเจรจาการค้ากับจีน นอกจากนี้รายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯก็ออกมาดีเกินคาด พร้อมกับช่วงเวลาที่สภาคองเกรสสามารถบรรลุข้อตกลงเพิ่มเพดาหนี้ (Debt Ceiling) ทำให้ ดัชนี S&P500 ของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น 0.7% ส่วน ดัชนี STOXX50 ของยุโรป พุ่งขึ้นกว่า 1.2% ด้วยความหวังว่าธนาคารกลางยุโรปจะใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้นเช่นกัน
เมื่อตลาดเปิดรับความเสี่ยง นักลงทุนก็ลดการถือสินทรัพย์ปลอดภัยลง กดดันบอนด์ยีลด์สหรัฐฯอายุ10ปี ให้ปรับตัวขึ้น 3.1bps สู่ระดับ 2.08% ส่วนราคาทองคำก็ปรับตัวลง 0.5% แตะระดับ 1,417.7 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ด้านข้อมูลเศรษฐกิจ IMF ได้ปรับลดคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจโลก (World Economic Outlook) ในปีนี้ และปีหน้าลง 0.1% สู่ระดับ 3.2% สำหรับปีนี้ และ 3.5% ในปีหน้า จากภาวะสงครามการค้าที่ยืดเยื้อ และปัญหาการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit)
ฝั่งตลาดเงิน เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักแตะจุดสูงสุดในรอบ 2สัปดาห์หลังจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือ IMF ปรับเพิ่มคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในทางกลับกัน ตลาดก็กังวลว่านาย Boris Johnson นายกรัฐมนตรีคนใหม่จะผลักดันให้อังกฤษออกจากสหภาพยุโรปโดยไม่มีข้อตกลง (No Deal Brexit)






