thansettakij
thansettakij
SWIFT  ชู gpi เชื่อม  ‘ชำระเงินไร้รอยต่อ’

SWIFT ชู gpi เชื่อม ‘ชำระเงินไร้รอยต่อ’

21 ก.ค. 62 | 04:50 น.
อัปเดตล่าสุด :21 ก.ค. 62 | 11:56 น.

หลังยกระดับมาตรฐานการชำระเงินระหว่างประเทศรูปแบบใหม่ผ่าน SWIFT Global Payments Innovation(GPI) หรือ SWIFTgpi ไปเมื่อต้นปี 2560 โดยเพิ่มประสิทธิภาพความรวดเร็วในการชำระเงินระหว่างประเทศ การเก็บค่าธรรมเนียมที่โปร่งใส สามารถตรวจสอบการชำระเงินทุกขั้นตอนของทุกธุรกรรมการเงิน ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางผู้รับ โดยข้อมูลการโอนหรือชำระเงินไม่ถูกเปลี่ยนแปลง

 

นายไมเคิล มูน กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายการชำระเงินและการสื่อสารเพื่อการค้า ประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก SWIFT เปิดเผยว่า ปัจจุบัน SWIFT gpi สามารถให้บริการโอน-รับชำระเงินประมาณ 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯต่อวัน จากช่วงเริ่มต้นอยู่ที่ 40,000 ล้านดอลลาร์ฯและมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ปริมาณธุรกรรมขยับเพิ่มเป็น 1 ล้านธุรกรรมต่อวัน โดยได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้บริการ SWIFT gpi ประมาณ 3,500 แห่งทั่วโลก โดยส่วนใหญ่ การชำระเงินผ่าน SWIFT gpi ประมาณครึ่งหนึ่ง เป็นการใช้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ รองลงมาคือ สกุลเงินยูโร ปอนด์ หยวน ดอลลาร์สิงคโปร์

SWIFT  ชู gpi เชื่อม  ‘ชำระเงินไร้รอยต่อ’

ไมเคิล มูน

สำหรับเงินบาทไทย ก่อนหน้ามีการใช้บริการใน 10 อันดับแรก ล่าสุดยังไม่มีข้อมูล แต่การทำธุรกรรมผ่านสกุลเงินบาทมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เพราะปัจจุบันมีธนาคารในไทย 50 รายที่ใช้บริการผ่านเครือข่ายนี้ โดยให้บริการทั้งกลุ่มนิสิต นักศึกษา และบริษัทหรือผู้ประกอบการส่งออกที่ทำธุรกรรมการค้าระหว่างประเทศ และกำลังจะเข้าทดสอบระบบ NPP ของออสเตรเลีย TIPS ของประเทศในยุโรปราว 38 แห่งและ FAST ของสิงคโปร์ ซึ่งทั้ง 3 ระบบเป็นโครงสร้างพื้นฐานแรกของการชำระเงินภายในประเทศที่เชื่อมกับธนาคารโดยการใช้ gpi เพื่อยกระดับบริการชำระเงินระหว่างประเทศทั่วโลกแบบทันที

 

“เราอยู่ระหว่างขยายเครือข่ายเพิ่มผู้ใช้บริการ โดยพัฒนาการเชื่อม SWIFT gpi กับระบบการชำระเงินภายในประเทศแบบเรียลไทม์ ซึ่งเราขยายระบบที่มีอยู่เชื่อมประเทศในอาเซียนและภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกปัจจุบันมีผู้ใช้บริการแล้ว 700 แห่งและอยากสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีใช้ประโยชน์จากระบบนี้ทำธุรกรรมการค้าข้ามพรมแดนด้วย ขณะเดียวกันได้หารือกับธนาคารแห่งประเทศไทยและธนาคารในประเทศเกี่ยวกับการยกระดับระบบพร้อมเพย์ซึ่งมีเป้าหมายที่จะพัฒนาความเชื่อมโยงภายในสิ้นปีนี้ด้วย”

 

ที่ผ่านมา เราประสบความสำเร็จจากการทดสอบระบบ FAST ของสิงคโปร์ระหว่างประเทศอื่นในเอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งสามารถทำธุรกรรมชำระเงินทั้งหมดเสร็จสมบูรณ์ภายในเวลาแค่ 25 วินาที โดยเส้นทางระหว่างสิงคโปร์ไปยัง 6 ประเทศ เช่น แคนาดามีเวลาต่างกัน 12 ชั่วโมง

 

ส่วนการเติบโตของรายได้ต่อปีนั้น เฉลี่ย 1,000 ล้านบาทและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากรายได้ 2 ส่วนคือ ค่าธรรมเนียมส่งข้อความทางการเงินและบริการเสริม เช่น ตรวจสอบผู้ชำระเงินผ่านระบบแบล็กลิสต์ ถ้าพบว่า มีรายชื่อตรงตามที่ได้รับแจ้ง ก็จะส่งข้อความกับผู้ชำระเงินดำเนินการต่อไป พร้อมมีระบบอัจฉริยะในการวิเคราะห์ธุรกรรม เพิ่มความปลอดภัยในระบบและป้องกันการฟอกเงิน แม้กระทั่งกรณีที่ปริมาณธุรกรรมเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ

 

สำหรับค่าบริการส่งข้อความทางการเงินจะตกประมาณ 8 บาทต่อธุรกรรม ส่วนประเด็นการให้บริการจัดเก็บภาษีอี-คอมเมิร์ซกับกรมสรรพากรแต่ละประเทศนั้น ยังไม่มีแนวคิดดังกล่าว แต่สามารถใช้เครือข่ายที่เป็นประโยชน์ได้ เพราะกำลังทำงานร่วมกับกรมสรรพากรอินเดีย เพื่อเปลี่ยนระบบเอกสารเป็นดิจิทัลเช่นกัน

หน้า 19-20 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3489 วันที่ 21-24 กรกฎาคม 2562

SWIFT  ชู gpi เชื่อม  ‘ชำระเงินไร้รอยต่อ’