
ตลาดที่ปิดรับความเสี่ยง หนุนเงินบาทแข็งระยะสั้น
นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย ระบุในคืนที่ผ่านมา ตลาดปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off) หลังประธานาธิบดีสหรัฐฯขู่ตั้งกำแพงภาษีนำเข้าสินค้าจีนอีกครั้ง หากจีนยังไม่ยอมนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ ดัชนี S&P500 ย่อตัวลง 0.3% ขณะที่ ดัชนี FTSE100 ของอังกฤษ และ ดัชนี STOXX50 ของยุโรป ต่างปรับตัวขึ้นราว 0.6% หนุนโดยการอ่อนค่าของเงินปอนด์และเงินยูโร
นอกจากนี้เงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นก็ส่งผลให้ราราสินค้าโภคภัณฑ์ย่อตัวลง โดยราคาทองคำปิดลบ 0.7% สู่ระดับ 1404.8 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลดลงกว่า 3.1% แตะระดับ 64.4 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังอิหร่านเริ่มลดท่าทีแข็งกร้าวลง และแท่นขุดเจาะในอ่าวเม็กซิโกสามารถเปิดใช้งานได้หลังพายุ Barry สงบลง
ในส่วนรายงานข้อมูลเศรษฐกิจ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ (ZEW) รายงานดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจเยอรมนี (Economic sentiment) แย่ลงจากระดับ -21.1 จุด สู่ระดับ -24.5จุด เช่นเดียวกันกับ ดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจยูโรโซนที่ปรับตัวลดลงแตะระดับ -20.3จุด จากปัญหาสงครามการค้า รวมถึงความกังวลปัญหา Brexit และความขัดแย้งกับอิหร่าน สวนทางกับฝั่งสหรัฐฯ ที่กระทรวงพาณิชย์รายงานยอดค้าปลีก (Retail Sales) ในเดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้น 0.4%จากเดือนก่อนหน้า ด้วยแรงหนุนของยอดขายรถยนต์
ด้านเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 30.91 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าจากระดับ 30.86 บาทต่อดอลลาร์ในช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อน
ในระยะสั้น เรามองว่าเงินดอลลาร์มีโอกาสแข็งค่าขึ้นได้ต่อ ตามแรงหนุนของภาพตลาดที่ปิดรับความเสี่ยง พร้อมกับบอนด์ยีลด์สหรัฐที่ปรับตัวสูงขึ้น
และระยะต่อไปก็ต้องระวังความผันผวนทั้งจากทั้ง กำไรของบริษัทในสหรัฐฯที่กำลังมีการรายงานอยู่ การเจรจาการค้ากับนานาประเทศที่ส่อแวววุ่นวาย รวมถึงการเมืองสหรัฐฯที่มีโอกาสรุนแรงขึ้น ซึ่งความเสี่ยงทั้งหมดนี้ จะส่งผลให้ตลาดปิดรับความเสี่ยงต่อไปได้
กรอบค่าเงินบาทวันนี้ 30.85 - 30.99 บาทต่อดอลลาร์






