
ทรัมป์ เสนอชื่อสายพิราบ หวังเปลี่ยนมุมมองดอกเบี้ยเฟด
ครบเครื่องเรื่องทองกับ YLG
พวรรณ์ นววัฒนทรัพย์
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
ต้องยอมรับความพยายามของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯแสดงออกอย่างชัดเจนมานานว่า สิ่งที่ทรัมป์ปรารถนามากที่สุดจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คือ การให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ย แต่กลับกลายเป็นว่าเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระหว่างที่ทรัมป์ดำรงแหน่งประธานาธิบดีถึง 7 ครั้ง และนี่คือเหตุผลที่ตอบว่า เหตุใดทรัมป์จึงไม่พอใจเฟดมากขนาดนี้
เมื่อไม่ได้อย่างที่หวัง แต่เพราะธนาคารกลางเป็นหน่วยงานอิสระและประธานาธิบดีไม่มีสิทธิลงนามหรือตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยและนโยบายการเงินของเฟด สิ่งที่ทรัมป์พอจะทำได้เบื้องต้นคือ ออกมาวิจารณ์การทำงานของเฟด ซึ่งเรียกได้ว่า ความเคลื่อนไหวของทรัมป์ได้ทำลายธรรมเนียมปฏิบัติของประธานาธิบดีสหรัฐฯในช่วง 25 ปีที่ผ่านมาที่จะไม่แสดงความเห็นใดๆต่อนโยบายการเงินของเฟด โดยทรัมป์พุ่งเป้าไปที่นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดที่เลือกมาเองกับมือ ผ่านช่องทางส่วนตัวอย่างทวิตเตอร์และการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ไม่ว่าจะเป็นการกล่าวหาว่า “เฟดคือ ตัวปัญหาอันดับ 1” ระบุว่า “การขึ้นดอกเบี้ยของเฟดที่ผ่านมาเป็นการดำเนินการที่ผิดพลาด” และบอกว่า “ปัญหาของสหรัฐฯ ที่ใหญ่กว่าจีนก็คือเฟด” ล่าสุดบอกว่า “เฟดไม่รู้อะไรเลย” และดำเนินการ “ขึ้นดอกเบี้ยเร็วเกินไป บ่อยเกินไป และมากเกินไป”
โดนัลด์ ทรัมป์
คำถามที่ใหญ่กว่านั้น คือ ทรัมป์จะสามารถปลดพาวเวลล์ออกจากตำแหน่งประธานเฟดได้หรือไม่? ก็ต้องตอบว่า กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ไม่ค่อยชัดเจนนัก โดยมาตรา 10 ของ Federal Reserve Act ระบุว่า “ผู้ว่าการเฟดแต่ละคนจะดำรงตำแหน่งเป็นระยะเวลา 14 ปี เว้นแต่เขาจะถูกปลดออกจากตำแหน่งเร็วกว่านั้นโดยประธานาธิบดีด้วยเหตุผลบางประการ” อย่างไรก็ดีในพระราชบัญญัติไม่ได้กำหนดถึง “เหตุผล” ของการปลดที่ชัดเจน แต่โดยทั่วไปแล้วเหตุผลที่ว่านั้นถูกตีความว่า คือ ปัญหาด้านประสิทธิภาพการทำงาน ไม่ใช่ความเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับการกำหนดนโยบาย แม้กฎหมายจะไม่ชัดเจนแต่ทรัมป์ก็ยืนยันว่าตนเองมีอำนาจมากพอ ตามมาข่าวลือหนาหูว่าเขาพยายามหาวิธีปลดพาวเวลล์ออกจากตำแหน่งประธานเฟด เหลือไว้เพียงแค่ตำแหน่งผู้ว่าการเฟดเท่านั้น
ถึงแม้ทรัมป์จะปลดพาวเวลล์ออกจากตำแหน่ง ก็ไม่ได้เป็นการการันตีว่า เฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยแต่อย่างใด เพราะนโยบายการเงินของเฟดไม่ได้ถูกกำหนดด้วยคนเพียงคนเดียว แต่เป็นการโหวตของคณะกรรมการ FOMC จำนวนไม่เกิน 12 คน ดังนั้นการปลดพาวเวลล์อาจจะไม่เพียงพอ ทรัมป์จึงแสวงหาหนทางในการเปลี่ยนสมดุลของคณะกรรมการเฟดผู้มีสิทธิโหวต ด้วยการพยายามเสนอชื่อ Christopher Waller และ Judy Shelton เข้าไปนั่งในคณะกรรมการเฟด โดย Waller ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของ James Bullard ประธานเฟดสาขาเซนต์หลุยส์ ซึ่งเป็นผู้ลงคะแนนเพียงคนเดียวที่เห็นด้วยกับการลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเฟดในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ขณะที่ Shelton เป็นที่ปรึกษาอย่างไม่เป็นทางการของทรัมป์ และเคยกล่าวต่อสื่อว่า ถ้าได้รับการแต่งตั้งเธอจะลดอัตราดอกเบี้ยลงเหลือ 0% ใน 1-2 ปี แม้ว่าผู้ถูกเสนอชื่อทั้ง 2 จะต้องได้รับการยืนยันจากวุฒิสภาอีกขั้นตอนหนึ่ง แต่ความพยายามของทรัมป์แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเขากำลังพยายามผลักดันให้เกิด ZIRP หรือ Zero interest-rate policy ซึ่งถือเป็นสภาพแวดล้อมที่ส่งผลบวกต่อราคาทองคำ เราจึงได้เห็นราคาทองคำดีดตัวขึ้นแรงในช่วงเช้าของวันพุธที่ 3 กรกฎาคม ขานรับข่าวดังกล่าว
ต้องติดตามต่อไปว่าความพยายามของทรัมป์จะสำเร็จหรือไม่ รวมไปถึงเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้หรือไม่ และหากปรับลดจะปรับลดมากน้อยเท่าใด เพราะประเด็นเกี่ยวกับนโยบายการเงินของเฟดส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของราคาทองคำอย่างชัดเจน ทั้งนี้หากเฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้จะมีแนวโน้มกดดันดอลลาร์ให้อ่อนค่าซึ่งเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำ ในทางกลับกันหากเฟดตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ตามเดิมก็อาจได้เห็นแรงขายในตลาดทองคำเช่นกัน นักลงทุนจึงต้องติดตามประเด็นนี้อย่างใกล้ชิด
หน้า 17-18 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,486 วันที่ 11-13 กรกฎาคม 2562






