
จับตาเงินไหลออก ชี้ทิศเงินบาทผันผวนสูง
ธนาคารกรุงไทยระบุ ตลาดโดยรวมปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off) ในคืนที่ผ่านมา เนื่องจากนักลงทุนปรับลดคาดการณ์โอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)จะลดดอกเบี้ยลง ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ บอนด์ยีลด์สหรัฐฯอายุ 10ปี ปรับตัวขึ้นต่ออีก 1.2bps แตะระดับ 2.05% กดดันราคาสินค้าโภคภัณฑ์ โดยทั้งทองคำและน้ำมันต่างปรับตัวลง 0.3% และ 0.5% ตามลำดับ
ในส่วนรายงานข้อมูลเศรษฐกิจ สำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนี ได้รายงานว่าการผลิตภาคอุตสาหกรรม (Industrial Production) ในเดือนพฤษภาคมปรับตัวลง 3.7% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน แย่กว่าที่นักวิเคราะห์มองไว้ว่าจะลดลงเพียง 1.1% ย้ำว่าภาคการผลิตของเยอรมนียังไม่ฟื้นตัว
นอกจากนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นของนักลงทุน (Investors Confidence) ในยูโรโซนประจำเดือนกรกฎาคมซึ่งสำรวจโดยสถาบันวิจัย Sentix ก็ดิ่งลงสู่ระดับ -5.8จุด ชี้ว่าตลาดยุโรป มีความวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจยูโรโซน เนื่องมาจากทั้งสงครามการค้า และปัญหาการเมือง
ส่วนของเงินบาท เปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 30.80 บาทต่อดอลลาร์ ไม่เปลี่ยนแปลงจากช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อน
ในช่วงนี้เมื่อตลาดการเงินสหรัฐปิดรับความเสี่ยง และบอนด์ยีลด์ปรับตัวสูงขึ้นเงินดอลลาร์จะถูกเลือกใช้เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย สังเกตได้จากเงินเยนญี่ปุ่น และสวิสฟรังก์ เป็นสองสกุลเงินที่อ่อนค่าเร็ว เงินบาทจึงมีโอกาสอ่อนค่าได้ในระยะสั้นด้วย
นอกจากนี้ก็ต้องเตรียมตัวจับตากระแสเงินทุนไหลออกจากตราสารหนี้ที่อาจตามมาพร้อมกับแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้นนี้ เพราะปัจจัยดังกล่าวจะส่งผลให้เงินบาทมีความผันผวนสูงขึ้นระหว่างวัน
กรอบค่าเงินบาทวันนี้ 30.75 - 30.85 บาทต่อดอลลาร์






