
STI โตทางลัด‘ซื้อกิจการ’ ลุ้นคว้า 5 โครงการดันแบ็กล็อกสิ้นปีแตะ 2.3 พันล้าน
STI เดินกลยุทธ์โตทางลัด “ซื้อกิจการ” คาดสิ้นปีปิดดีลอย่างน้อย 1 รายอัพรายได้โตเท่าตัว เดินหน้าบริหารงานก่อสร้าง ลุ้นคว้างานใหม่ 4-5 โครงการ ดันแบ็กล็อกสิ้นปีแตะ 2.3 พันล้านบาท
นายสมเกียรติ ศิลวัฒนาวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทสโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) (STI) เปิดเผยถึงแผนธุรกิจและกลยุทธ์ครึ่งปีหลังว่า บริษัทอยู่ระหว่างเจรจาซื้อกิจการธุรกิจที่ปรึกษาควบคุมการก่อสร้าง 3-4 ราย คาดว่าภายในปีนี้จะปิดดีลได้อย่างน้อย 1 ราย แหล่งเงินจะมาจากเงินระดมทุนขายไอพีโอเมื่อปลายปีที่แล้วราว 430 ล้านบาท เพื่อใช้ในการลงทุนและซื้อกิจการ หากเจรจาสำเร็จคาดจะช่วยผลักดันให้รายได้ในปีนี้ทะลุ 1,000 ล้านบาท
“ดีลที่เราเจรจาหากสำเร็จจะดันรายได้บริษัทเพิ่มมากกว่า 2 เท่าตัว โตไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาทภายในปีนี้ โดยเป็นธุรกิจที่ปรึกษาควบคุมการก่อสร้างเหมือนเรา แต่ไม่ได้ทับเส้นธุรกิจเดียวกับเรามีมูลค่างานในมือ (Backlog ) ใกล้เคียงกัน จึงเสริมธุรกิจ ทำให้ผลประกอบการของบริษัทดีขึ้น”
ปัจจุบันบริษัทมีแบ็กล็อกมูลค่า 1,642 ล้านบาท จะทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้กว่า 30% ของมูลค่างานทั้งหมด และอยู่ระหว่างเดินหน้าประมูลงานบริหารงานก่อสร้างอีก 4-5 โครงการมูลค่ารวม 400 ล้านบาท จำนวนนี้เป็นงานโครงการขนาดใหญ่ 1-2 โครงการ และยังมีงานในโครงการของกลุ่มเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ พันธมิตรทางธุรกิจที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง คาดดันมูลค่างานในมือสิ้นปีเพิ่มเป็น 2,300 ล้านบาท ซึ่งครอบคลุมงานในกลุ่มประเทศ CLMV โครงการในเมียนมาและกัมพูชาที่ดำเนินใกล้เสร็จ ปัจจุบันมีงานที่สปป.ลาวในเวียงจันทน์ 2 โครงการ เป็นโรงแรม อพาร์ตเมนต์ และมีโอกาสรับงานเพิ่มที่หลวงพระบางอีก 2 โครงการอยู่ระหว่างการเจรจาด้านราคา
สมเกียรติ ศิลวัฒนาวงศ์
บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ปี 2562 เติบโตมากกว่า 10% จากสิ้นปี 2561 ที่มีรายได้รวม 635 ล้านบาท มีหนี้สินต่อทุน(D/E) อยู่ที่ระดับ 0.24 เท่า เนื่องจากบริษัทไม่มีเงินกู้จากสถาบันการเงินรายจ่ายส่วนใหญ่เป็นด้านพนักงานมี 720 คน ล่าสุดได้ตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงานตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานฉบับใหม่แล้ว 50 ล้านบาท และได้ตั้งสำรองส่วนเพิ่มเมื่อเดือนเมษายน 2562 อีกราว 10 ล้านบาท
ภาพรวมอุตสาหกรรมก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ยังขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะลูกค้าภาคเอกชน บริษัทอสังหา ริมทรัพย์ขนาดใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งเป็นลูกค้ากลุ่มหลักของบริษัทมีการพัฒนาโครงการออกมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งโครงการ Mixed use โครงการคอนโดมิเนียม และโรงพยาบาล รวมทั้งโครงการขนาดใหญ่จากภาครัฐบาล ซึ่งเป็นโอกาสของกลุ่ม STI ให้ได้รับงานเพิ่มขึ้น โดยรายได้บริษัทมาจากภาคเอกชนสัดส่วน 92% ที่เหลือ 8% เป็นโครงการภาครัฐ
หน้า 17-18 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับ 3485 วันที่ 7-10 กรกฎาคม 2562






