thansettakij
thansettakij
GULF ร่วง 2.33% ฉุดหุ้นไทยปิดลบ 14.14 จุด

GULF ร่วง 2.33% ฉุดหุ้นไทยปิดลบ 14.14 จุด

04 ก.ค. 62 | 10:01 น.

หุ้นไทยปิดลบ 14.14 จุด แรงขายกลุ่มโรงไฟฟ้ากดดัน โดยเฉพาะ GULF หลังก่อนหน้านี้ราคาปรับขึ้นสูง โบรกชี้ตลาดตอบรับข่าวบวกครบแล้ว ขาดปัจจัยใหม่เข้ามาหนุน

 

ตลาดหุ้นไทยวันที่ 4 กรกฎาคม 2562 เคลื่อนไหวในแดนบวกช่วงเช้า แต่ช่วงบ่ายถูกแรงขายทำกำไรนำโดยหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า โดยเฉพาะ บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) ที่ราคาลดลงต่ำสุดที่ 118.50 บาท ลดลง 10.00 บาท หรือ 7.78% จากนั้นมีแรงซื้อกลับเข้ามาปิดที่ 125.50 บาท ลดลง 3.00 บาท หรือ 2.33% ด้วยมูลค่า ล้านบาท ส่วนราคาสูงสุดอยู่ที่ 133.00 บาท ส่งผลให้ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ 1,724.37 จุด ลดลง 14.14 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 0.81% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 88,848.99 ล้านบาท ขณะที่ ระหว่างวันดัชนีสูงสุดอยู่ที่ 1,747.11 จุด และต่ำสุดอยู่ที่ 1,714.98 จุด

 

หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ
GULF ปิดที่ 125.50 บาท ลดลง 3.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 4,821.22 ล้านบาท
GPSC ปิดที่ 69.25 บาท ลดลง 2.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 4,198.29 ล้านบาท
CPALL ปิดที่ 85.50 บาท ลดลง 1.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 3,215.41 ล้านบาท
BCPG ปิดที่ 19.20 บาท ลดลง 1.80 บาท มูลค่าการซื้อขาย 3,060.73 ล้านบาท
PTT ปิดที่ 48.25 บาท ไม่มีการเปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย 2,393.24 ล้านบาท

นายคณฆัส จิรเสวีนุประพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โนมูระ พัฒนสิน เปิดเผยว่า ดัชนีหุ้นไทยที่ปรับลดลงในวันนี้ มาจากแรงขายทำกำไรหลังจากที่ก่อนหน้านี้ดัชนีหุ้นไทยปรับขึ้นไประดับ 1,747 จุด นำโดยกลุ่มโรงไฟฟ้าที่เริ่มปรับลดลง เช่น บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ และบมจ.บีซีพีจี รวมถึงหุ้นใหญ่ที่ตอบรับข่าวไปมากพอสมควร อีกทั้งราคาน้ำมันโลกที่ลดลง ยังกดดันหุ้นกลุ่มพลังงาน ส่วนกลุ่มธนาคารพาณิชย์มีแรงขายเพื่อรอผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2562  

นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บล.เอเซียพลัส กล่าวว่า ดัชนีหุ้นไทยที่ปรับลดลงถือเป็นการปรับฐานปกติ เนื่องจากปัจจัยขับเคลื่อนหมดลง โดยตลาดได้ตอบรับกับประเด็นบวกทั้งการเมืองที่มีความคืบหน้าต่อเนื่อง ผลการหารือการค้าสหรัฐกับจีนในการประชุม G20 ออกมาดี และการประชุมกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมัน (โอเปก) ออกมาขยายระยะเวลาลดกำลังการผลิตน้ำมันเป็นไปตามคาด ทำให้ดัชนีหุ้นไทยสะท้อนข่าว และอัตราราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น (พีอี) ปรับขึ้นอยู่ที่ 16.8 เท่า ซึ่งหลังจากนี้ยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่เข้ามาเสริม จึงมีแรงขายทำกำไรออกมา

 

อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) การผ่านพ.ร.บ.งบประมาณของรัฐบาล และผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไทย งวดไตรมาส 2 ซึ่งคาดว่าจะอ่อนตัวลงในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ทั้งนี้ คาดกรอบดัชนีวันที่ 5 กรกฎาคม 2562 แนวรับอยู่ที่ 1,720 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,740 จุด