
รายย่อยเทกระจาดหุ้น SP ส่องงบการเงินชัดๆก่อนตัดสินใจช่วงที่เหลือ
รายย่อยเทกระจาดหุ้น SP กดดันราคาหุ้นร่วงวันแรกกว่า 90% มีเพียง 2 หลักทรัพย์ BLISS และ PRO เหนือราคาก่อนขึ้นเครื่องหมาย ส่องฐานะงบการเงิน 16 หลักทรัพย์ชัดๆ ก่อนตัดสินใจซื้อ-ขายถึงสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้
รายงานข่าวจากตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2562 ตลท.ได้ปลดเครื่องหยุดการซื้อขายหลักทรัพย์ชั่วคราว (SP) สำหรับ 16 หลักทรัพย์ เป็นระยะเวลา 1 เดือน โดยตั้งแต่เปิดการซื้อขาย ราคาลดลงทันที 14 หลักทรัพย์ และเพิ่มขึ้น 2 หลักทรัพย์ ซึ่งระหว่างวัน ราคาซื้อขายหลักทรัพย์ส่วนใหญ่ปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อในราคาที่ถูกเพื่อเก็งกำไรในระยะยาว หลังจากคาดว่าบางบริษัทจะสามารถกลับมาดำเนินงาน ส่งงบการเงิน รวมถึงแก้ไขเหตุของการเพิกถอนได้ และจะกลับมาซื้อขายได้เป็นปกติ
สำหรับหลักทรัพย์ที่ราคาเปิดซื้อขายเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับราคาปิดซื้อขายก่อนถูกขึ้นเครื่อง หมาย SP คือ บมจ.บลิส-เทล (BLISS) ราคาเปิดที่ 0.11 บาท เพิ่มขึ้น 0.07 บาท หรือ 175% จากราคาปิดก่อนขึ้นเครื่องหมาย SP อยู่ที่ 0.04 บาท และบมจ.เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น (NBC) ราคาเปิดที่ 0.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.26 บาท หรือ 48.14% จากราคาปิดก่อนขึ้นเครื่องหมาย SP อยู่ที่ 0.54 บาท
ส่วนหลักทรัพย์ที่ราคาเปิดลดลงมากที่สุด คือ บมจ.ซันไทยอุตสาหกรรมถุงมือยาง (STHAI) ราคาเปิดที่ 0.01 บาท ลดลง 0.90 บาท หรือ 98.90% จากราคาปิดก่อนขึ้นเครื่องหมาย SP อยู่ที่ 0.91 บาท รองมาได้แก่บมจ.ชูโอ เซ็นโก (ประเทศไทย) (CHUO) ราคาเปิดที่ 0.21 บาท ลดลง 4.21 บาท หรือลดลง 95.24% จากราคาปิดก่อนขึ้นเครื่องหมาย SP อยู่ที่ 4.42 บาท, บมจ. อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น (IFEC) ราคาเปิดที่ 0.21 บาท ลดลง 2.89 บาทหรือลดลง 93.22% จากราคาปิดก่อนขึ้นเครื่องหมาย SP ที่ 3.10 บาท และบมจ.เคเทค คอนสตรัคชั่น (KTECH) ราคาเปิดที่ 0.12 บาท ลดลง 1.04 บาท หรือลดลงถึง 89.65% จากราคาปิดก่อนขึ้นเครื่องหมาย SP ที่ 1.16 บาท
จากการรวบรวมข้อมูลของฝ่ายวิจัยบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัสฯ 16 หลักทรัพย์ที่ติด SP พบว่ามี 6 หลักทรัพย์ ที่ส่งงบการเงินต่อเนื่องถึงไตรมาสแรกปี 2562 แล้วคือ บมจ.บลิส-เทล (BLISS), บมจ.บางกอกสหประกันภัย (BUI), บมจ.โปรเฟสชั่นแนล เวสต์ เทคโนโลยี (1999) (PRO), บมจ.แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป (A5) และบมจ.วีรีเทล (WR) และ บมจ. จี สตีล (GSTEL)
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีกำไรสะสมเป็นบวกมี 2 หลักทรัพย์ คือ บมจ.บางกอกสหประกันภัย (BUI) และบมจ.เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ (EARTH) และมี 3 หลักทรัพย์ที่มีกำไรสุทธิงวดล่าสุด ( Q1/2562 )เป็นบวก ได้แก่บมจ.บางกอกสหประกันภัย (BUI), บมจ. โปรเฟสชั่นแนล เวสต์ เทคโนโลยี (1999) (PRO) และ บมจ.บลิส-เทล (BLISS)
ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัสฯ ระบุว่า เนื่องจากหุ้นดังกล่าวยังไม่มีความสมบูรณ์ในรายละเอียดของฐานะการเงิน ผลการดำเนินงาน รวมไปถึงปัจจัยความเสี่ยง หากต้องการลงทุนควรทำการศึกษาก่อนตัดสินใจลงทุน
“หุ้นที่ถูกติดเครื่องหมาย SP ส่วนใหญ่เป็นหลักทรัพย์ที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูหรือเข้าข่ายเพิกถอนอยู่แล้ว นักลงทุนที่จะมาซื้อรอบนี้ ต้องเป็นผู้ที่สามารถถือยาวได้นานมาก เนื่องจากต้องรอจนกว่าบริษัทจะพลิกฟื้นกิจการมาใหม่ ผู้ที่จะเข้าไปลงทุนจึงควรพิจารณาให้รอบคอบ” นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สายงานวิจัย กล่าว
หน้า 17-18 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับ 3484 วันที่ 4-6 กรกฎาคม 2562






