
โตเกียวมารีน รุกหนักธุรกิจในไทย ตั้งเป้ากวาดเบี้ย 7 พันล้าน
โตเกียวมารีน โฮลดิ้ง หวัง 1-2 ปี ดันกำไรธุรกิจประภัยต่างประเทศพุ่งเป็น 50% มองไทย-อินเดียโอกาสโตสูง เน้นกระจายธุรกิจ-โอกาสจังหวะควบรวมกิจการ ปลื้มผลงาน 5 เดือนในไทย โตฉลุยสวนตลาดติดลบ ตั้งเป้าโกยเบี้ยรับรวมทั้งปี 7 พันล้านบาท
นายโนโบรุ ยามากาตะ กรรมการบริหาร โตเกียวมารีน โฮลดิ้ง เปิดเผยว่า บริษัทคาดหวังว่า ใน 1-2 ปี สัดส่วนผลกำไรจากธุรกิจประกันภัยต่างประเทศที่เป็นตลาดเกิดใหม่ จะมีอัตราการเติบโตเพิ่มเป็น 20% จากสัดส่วนปัจจุบันที่ 10% โดยมองว่า ตลาดประเทศไทยและอินเดีย เป็นตลาดที่มีโอกาสเติบโตสูง จะช่วยผลักดันให้สัดส่วนผลกำไรจากธุรกิจประกันภัยต่างประเทศ(นอกเหนือธุรกิจในญี่ปุ่น)เพิ่มgป็น 50% นับจากปี 2545 ที่มีสัดส่วนกำไรจากธุรกิจประกันภัยต่างประเทศเพียง 3% ส่วนหนึ่งการเติบโตมาจากการกระจายธุรกิจผ่านการควบรวมกิจการ(M&A)
“ก่อนหน้าเราเน้นการเติบโตในกลุ่มยุโรป แต่ระยะข้างหน้าภูมิภาคเอเชีย จะมีอัตราการเติบโตทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยประเทศไทย ถูกวางให้เป็น 1 ในตลาดที่มีความสำคัญเป็นอันดับ 1 ของโตเกียวมารีน กรุ๊ป โดยคาดหวังว่าจะช่วยผลักดันเป้าหมายการเติบโตอัตรากำไรธุรกิจประกันภัยในต่างประเทศในตลาดเกิดใหม่เป็น 20% ตามที่ตั้งใจไว้”
นายชิน ทานิโมโต กรรมการผู้จัดการ บริษัท โตเกียวมารีนประกันชีวิต(ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน)กล่าวว่า เป้าหมายปี 2562 บริษัทกำหนดให้เป็นปีแห่งการเติบโต โดยตั้งเป้าเบี้ยประกันยรับรวม 7,471 ล้านบาท เติบโต 11% โดยช่วง 5 เดือนแรก บริษัทมีเบี้ยประกันภัยรับรวมที่ 3,013 ล้านบาท เติบโต 40% โดยตั้งเป้าเบี้ยปีแรก 1,700 ล้านบาท เติบโต 7% ผ่านมา 5 เดือนทำได้แล้ว 1,008 ล้านบาท คิดเป็นเติบโต 121% และตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับปีต่ออายุอยู่ที่ 5,771 ล้านบาท เติบโต 13% ในช่วง 5 เดือนแรกทำได้แล้ว 2,005 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโต 18%
ขณะที่ผลการดำเนินงานปี 2561 บริษัทมีเบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 6,708 ล้านบาท มีอัตราการเติบโต 9% แบ่งเป็นเบี้ยประกันภัยรับปีแรกอยู่ที่ 1,596 ล้านบาท และมีเบี้ยประกันภัยรับปีต่ออายุ 5,113 ล้านบาท ถือว่ามีอัตราการเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยมีสัดส่วนอัตราการเติบโตมาจากช่องทางการขายผ่านตัวแทนประกันชีวิต (Agent) ประกันกลุ่ม และช่องทางอื่นๆ
ด้านนายสมโพชน์ เกียรติไกรวัล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โตเกียวมารีนประกันชีวิต (ประะเทศไทย) กล่าวเสริมว่า ตัวเลขการเติบโตในช่วง 5 เดือนแรก ถือเป็นการเติบโตที่มีนัยความสำคัญของบริษัท เพราะจะเห็นว่าทั้งตลาดมีอัตราการเติบโตติดลบทั้งในส่วนของเบี้ยประกันภัยปีแรกและเบี้ยปีต่ออายุ โดยจำนวนลูกค้ารายใหม่ในเดือนพฤษภาคม 2562 อยู่ที่ 9,836 ราย เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 4,972 ราย คิดเป็นการเติบโต 98% ถือว่าค่อนข้างสูงภายใต้ภาวะตลาดที่มีความท้าทายและการแข่งขันที่รุนแรง
ทั้งนี้ หากดูผลการดำเนินงานในช่องทางตัวแทน จะพบว่าในช่วง 5 เดือนแรก มีเบี้ยประกันภัยปีแรกอยู่ที่ 752 ล้านบาท เติบโต 182% แบ่งออกเป็นเบี้ยประกันภัยสามัญ 358 ล้านบาท เติบโต 42% และเบี้ยประกันภัยรับชำระครั้งเดียว (Single Premium) อยู่ที่ 394 ล้านบาท เติบโต 2,469% และเบี้ยประกันภัยรับปีต่ออายุอยู่ที่ 1,178 ล้านบาท รวมเบี้ยประกันภัยรับปีแรก 1,250 ล้านบาท และเบี้ยประกันภัยรับปีต่อ 4,113 ล้านบาท เบี้ยประกันภัยรับรวม 5,363 ล้านบาท โดยเพิ่มจำนวนตัวแทนเป็น 4,300 คน และบริษัทมีกำไรจากการดำเนินงานในปี 2561 พบว่ามีกำไรสะสมจำนวน 949 ล้านบาท และมีสินทรัพย์รวมอยู่ที่ 2.43 หมื่นล้านบาท






