
เกียรตินาคิน ชูกลยุทธ์ต่อยอดความต้องการลูกค้า
ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ออกมาระบุว่า การระดมทุนของภาคธุรกิจผ่านช่องทางสินเชื่อเดือนเมษายนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากเดือนมีนาคม ส่งผลให้สินเชื่อภาคเอกชนโดยรวมปรับเพิ่มขึ้น รวมทั้งสินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อส่วนบุคคลเพิ่มขึ้นตามการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวดี และสินเชื่อภาคธุรกิจเพิ่มขึ้นตามการระดมทุนของธุรกิจที่ดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับอสังหา ริมทรัพย์เป็นสำคัญ ขณะที่การระดมทุนผ่านตราสารทุนที่เพิ่มขึ้นมาจากธุรกิจผลิตเหล็กเป็นสำคัญ
นายสัมมิตร สกุลวิระ ประธานสายสินเชื่อธุรกิจ ธนาคาร เกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) เปิด เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า แนวโน้มภาพรวมสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่น่าจะไปได้ดี โดยมีสัญญาณบวกจากผู้ประกอบการหลายธุรกิจที่ต้องการใช้วงเงินสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากลูกค้าของเกียรตินาคิน ส่วนหนึ่งต้องการใช้เงินกู้ชั่วคราวหรือ Bridging Loan ก่อนจะระดมทุนในรูปแบบต่างๆ ซึ่งธนาคารพร้อมให้การสนับสนุนด้านการเงินอย่างครบวงจร ด้วยกลยุทธ์ที่นำความต้องการของลูกค้ามาต่อยอด นอกจากกลุ่มผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แล้ว ยังมีธุรกิจด้านสุขภาพ อาหาร รับเหมาก่อสร้าง อุปกรณ์ก่อสร้าง ขนส่ง เครื่องใช้ไฟฟ้าหรืออิเล็กทรอนิกส์ ทำให้ 4 เดือนที่ผ่านมา ยอดสินเชื่อขยายตัวเกินคาด มูลค่า 5.9 หมื่นล้านบาท และตั้งเป้าเติบโตไว้ 9% ในสิ้นปี
สัมมิตร สกุลวิระ
สำหรับไตรมาสแรกยอดสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 5.58 หมื่นล้านบาท โดยเป็นสินเชื่อธุรกิจสัดส่วนเกือบ 24% จากพอร์ตสินเชื่อรวมที่มีอยู่กว่า 2 แสนล้านบาท แบ่งเป็นสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ราว 2.8-2.9 หมื่นล้านบาท ที่เหลือเป็นสินเชื่อผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ส่วนกลุ่มลูกค้าที่ไม่ใช่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารจะมุ่งขยายตลาดมากขึ้นในกลุ่มธุรกิจสุขภาพ (Health Care) ซึ่งครอบคลุมทั้งด้านสุขภาพ อาหาร และธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ รวมถึงกลุ่มโรงแรม และอพาร์ตเมนต์
ส่วนแนวทางการทำตลาดสินเชื่อเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ นายสัมมิตร บอกว่า ทั้งครึ่งปีแรกและครึ่งปีหลัง ถ้าเป็น Project Finance ยังเน้นปล่อยกู้กับโครงการเก่า โดยไม่พยายามหาผู้ประกอบการรายใหม่ ซึ่งผู้ประกอบการขนาดกลางส่วนใหญ่ยังต้องการใช้วงเงิน โดยเฉพาะโครงการแนวสูง ราคา 3-10 ล้านบาท แต่ต่างจังหวัดค่อนข้างเงียบ ประกอบกับผู้ประกอบการพัฒนาอสังหา ริมทรัพย์เองระมัดระวังในภาวะเศรษฐกิจไม่สดใส และราคาหุ้นก็มีผลต่อการขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งธนาคารจะเน้นให้ลูกค้าผู้ประกอบการเติบโตไปด้วยกันได้
“ปีนี้เราไม่เอาโครงการหน้าใหม่เข้ามาเลย ผู้ประกอบการเองก็ระมัดระวังในการทำโครงการน้อยลง ส่วนหนึ่งมาจากภาวะตลาดและภาวะเศรษฐกิจที่ไม่สดใส ทำให้ของเหลือเยอะ ขณะที่ฟากผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ก็กลัวว่า ถ้าซื้อลงทุนแล้วไม่มีผู้เช่า เมื่อเทียบกับช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ถือว่าปีนี้แรงซื้อบางลง สาเหตุเพราะ ค่าเช่าและค่าผ่อนชำระถัวเฉลี่ยกันแล้วไม่คุ้ม ส่วนในรายที่หวังจะซื้อเพื่ออยู่อาศัย แม้รัฐบาลจะมีมาตรการลดค่าโอนกรรมสิทธิ์ สำหรับที่อยู่อาศัยราคาตํ่ากว่า 1 ล้านบาท ก็ไม่ตรงกับโครงการที่อยู่อาศัยที่มีในตลาด ซึ่งผู้ประกอบการเจรจาขอทางการให้ปรับราคาบ้านเป็น 3 ล้านบาท เพราะในเมืองราคา 1-2 ล้านบาทมีน้อย”
อย่างไรก็ตาม ธนาคารยังพร้อมให้การสนับสนุนด้านการเงินครบวงจรแก่ผู้ประกอบการผ่านผู้ดูแลความสัมพันธ์ลูกค้าที่เข้าใจความต้องการลูกค้าอย่างครบทั้งภาคธุรกิจและบริหารจัดการการเงินส่วนบุคคล โดย Smart Relationship Manager จะนำเสนอการเงินครอบคลุมบริการ 4 มิติคือ บริหาร จัดการทางการเงิน จัดหาเงินทุน ป้องกันความเสี่ยง บริหารความมั่งคั่งและเก็บออม
หน้า 19-20 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจปีที่ 39 ฉบับที่ 3,479 วันที่ 16 - 19 มิถุนายน พ.ศ. 2562






