thansettakij
thansettakij
‘ทิสโก้’ ชี้หุ้นทั่วโลกอาจปรับฐาน   คาดดอกเบี้ยเฟดปรับลงไม่มาก

‘ทิสโก้’ ชี้หุ้นทั่วโลกอาจปรับฐาน  คาดดอกเบี้ยเฟดปรับลงไม่มาก

16 มิ.ย. 62 | 23:45 น.
อัปเดตล่าสุด :17 มิ.ย. 62 | 06:50 น.

“ทิสโก้ “มองหุ้นทั่วโลกอาจปรับฐาน ชี้มีโอกาสน้อยที่เฟดจะลดดอกเบี้ยมากถึง 4 ครั้ง เพราะจะทำให้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงติดลบ ไม่ช่วยเพิ่มอุปสงค์

นายคมศร ประกอบผล หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)ทิสโก้ เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นทั่วโลกปรับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน จะยังไม่มีทิศทางผ่อนคลายลง ทั้งนี้ หากพิจารณาจากดัชนีหุ้นสหรัฐฯ เป็นตัวแทนตลาดหุ้นทั่วโลก จะพบว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ฟื้นตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว จนดัชนีกลับขึ้นมาอยู่ที่ระดับตํ่ากว่าจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 2945.83 จุด แค่เพียง 2% เท่านั้น โดยปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนการฟื้นตัวของตลาดหุ้นในช่วงที่ผ่านมา คือ นักลงทุนมีความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะกลับมาลดดอกเบี้ยลง 

“ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ความกังวลในประเด็นสงครามการค้าปะทุขึ้นอีกครั้ง หลังการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และจีนล้มเหลว และสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มอัตราภาษีกับสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากเดิมที่อัตรา 10% เพิ่มเป็น 25% และขู่ว่าจะขึ้นภาษีกับสินค้านำเข้าจากจีนในรายการที่เหลือที่มีมูลค่ารวม 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ความกังวลนี้ทำให้นักลงทุนพุ่งเป้าว่า Fed จะปรับลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ” นายคมศรกล่าว 

‘ทิสโก้’ ชี้หุ้นทั่วโลกอาจปรับฐาน   คาดดอกเบี้ยเฟดปรับลงไม่มาก

คมศร ประกอบผล

โดยนักลงทุนคาดหวังว่า Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงทั้งหมด 4 ครั้ง ครั้งละ 0.25% ในระหว่างปี 2562- 2563 แต่ TISCO  ESU มองว่า Fed อาจไม่สามารถปรับลดดอกเบี้ยได้มากถึง 4 ครั้ง เพราะปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ อยู่ในระดับตํ่าเพียง 2.5% และอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ ในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 2% ซึ่งหาก Fed ลดดอกเบี้ยลงอีกเพียง 2 ครั้ง หรือประมาณ 0.5% ก็จะทำให้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (อัตราดอกเบี้ยนโยบายลบด้วยเงินเฟ้อ) กลับไปใกล้ศูนย์หรือติดลบ ดังนั้น เชื่อว่า Fed คงพยายามหลีกเลี่ยงที่จะให้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงติดลบ หากเศรษฐกิจยังไม่มีความเสี่ยงที่จะเข้าสู่ภาวะถดถอย

 

 

นอกจากนี้ แม้ว่าในปี 2538 - 2539 Fed จะเคยปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 3 ครั้ง ครั้งละ 0.25% ซึ่งผลก็คือสามารถช่วยกระตุ้นอุปสงค์ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ในปัจจุบันการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเช่นนั้นอาจไม่ได้ส่งผลบวกเหมือนในอดีต เนื่องจากช่วงนี้เศรษฐกิจทั่วโลกอยู่ในช่วงปลายวัฏจักร (10 ปีหลังเกิด Subprime Crisis) และอัตราการว่างงานได้ลดลงมาอยู่ในระดับตํ่าสุดในรอบ 50 ปี ดังนั้น การลดดอกเบี้ยจึงอาจไม่ส่งผลกระตุ้นอุปสงค์ได้มากนัก ประเด็นสุดท้ายคือ ในรอบนี้ Fed ขึ้นดอกเบี้ยในอัตราที่ช้ากว่าปกติเป็นอย่างมาก โดย Fed ใช้เวลาถึง 3 ปีในการปรับขึ้นดอกเบี้ยจาก 0.25% ในปี 2558 มาอยู่ที่ 2.5% ในปัจจุบัน แต่ในปี 2537 Fed ได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยถึง 3% ภายในระยะเวลาเพียง 15 เดือน 

ดังนั้น จึงคาดว่าในการประชุม Fed วันที่ 19 มิถุนายน 2562 นี้ Fed อาจไม่ได้ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยมากเท่าที่นักลงทุนคาดการณ์ไว้ ประกอบกับกำไรบริษัทจดทะเบียนของหุ้นทั่วโลกในปีนี้อาจได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าที่ส่อแววยืดเยื้อ จึงประเมินว่าโอกาสในการปรับขึ้น (Upside) ของหุ้นทั่วโลกมีค่อนข้างจำกัด และมีความเสี่ยงที่จะปรับฐานมากขึ้นเรื่อยๆ 

 

หน้า 17-18 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับ 3479 วันที่ 16-19 มิถุนายน 2562

‘ทิสโก้’ ชี้หุ้นทั่วโลกอาจปรับฐาน   คาดดอกเบี้ยเฟดปรับลงไม่มาก