
ดาวโจนส์ปิดลบ 14.17 จุด วิตกสงครามการค้าสหรัฐ-จีน
ดัชนีดาวโจนส์ปิดลบเมื่อคืนนี้ (11 มิ.ย.) เนื่องจากตลาดวิตกกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่จะเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มเติม นอกจากนี้นักลงทุนยังเทขายทำกำไร หลังจากดัชนีดาวโจนส์ทำสถิติปิดในแดนบวกติดต่อกันยาวนานถึง 6 วัน
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,048.51 จุด ลดลง 14.17 จุด หรือ -0.05% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,885.72 จุด ลดลง 1.01 จุด หรือ -0.03% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,822.57 จุด ลดลง 0.60 จุด หรือ -0.01%
ตลาดหุ้นนิวยอร์กยังคงได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังประธานาธิบดีทรัมป์ได้กล่าวในระหว่างการสัมภาษณ์ในรายการ "Squawk Box" ของสำนักข่าว CNBC เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า หากประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ไม่เข้าร่วมการประชุมสุดยอด G20 ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 28-29 มิถุนายนนี้ สหรัฐจะเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมต่อสินค้านำเข้าจากจีน นอกจากนี้ประธานาธิบดีทรัมป์ยังขู่ว่า สหรัฐจะเก็บภาษีต่อสินค้านำเข้าจากจีนอีก 3 แสนล้านดอลลาร์ หากสหรัฐไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับจีนในไม่ช้า
หุ้นโบอิ้ง ร่วงลง 1.26% ขณะที่หุ้นแคทเธอร์พิลลาร์ ดีดตัวขึ้น 1.2% หุ้นเจเนอรัล อิเล็กทริก (GE) ปรับตัวขึ้น 0.7% หุ้นยูไนเต็ด เทคโนโลยีส์ ร่วงลง 4% ขณะที่หุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคปรับตัวลง โดยหุ้นพีจีแอนด์อี คอร์ปอเรชั่น ร่วงลง 3.4% และหุ้นเอ็กเซลอน คอร์ปอเรชั่น ปรับตัวลง 0.7%
ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 18-19 มิ.ย.นี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าเฟดจะยังคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายการเงินรอบนี้






