
วิตกสงครามการค้ารุนแรงฉุดดาวโจนส์ปิดร่วง 221.36 จุด
ดัชนีตลาดหุ้นนิวยอร์กลงติดต่อกันเป็นวันที่ 2 เมื่อคืนนี้ (29 พ.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,126.41 จุด ร่วงลง 221.36 จุด หรือ -0.87% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,783.02 จุด ลดลง 19.37 จุด หรือ -0.69% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,547.31 จุด ลดลง 60.04 จุด หรือ -0.79%
ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลง เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลว่าสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนจะทวีความรุนแรงมากขึ้น หลังจากมีรายงานว่าจีนอาจใช้แร่หายากเป็นอาวุธในการทำสงครามการค้ากับสหรัฐ โดยหนังสือพิมพ์พีเพิลส์ เดลี ซึ่งเป็นสื่อกระบอกเสียงของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ระบุเตือนสหรัฐวานนี้ว่า จีนอาจใช้แร่หายากเป็นอาวุธในการทำสงครามการค้ากับสหรัฐ เนื่องจากจีนเป็นประเทศผู้ผลิตแร่หายากรายใหญ่ที่สุดในโลก โดยแร่ดังกล่าวเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตสมาร์ทโฟน และรถยนต์ไฟฟ้า
ความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ส่งผลให้นักลงทุนแห่ซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐประเภทระยะยาว ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยและส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ร่วงลงสู่ระดับ 2.227% โดยเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.2560
ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี ปรับตัวลงสู่ระดับ 2.665% เมื่อคืนนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 3 เดือนอยู่ที่ระดับ 2.36% ซึ่งสูงกว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี และทำให้เกิดภาวะ inverted yield curve ซึ่งเป็นภาวะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นอยู่สูงกว่าพันธบัตรระยะยาว และเป็นการส่งสัญญาณถึงภาวะเศรษฐกิจถดถอย






