
รับมือ สงครามการค้ายืดเยื้อ
บรรยากาศการเงิน การลงทุน การค้าโลกกลับมาอึมครึมอีกครั้ง เมื่อ 2 ยักษ์ใหญ่มหาอำนาจทางเศรษฐกิจ อย่างสหรัฐอเมริกากับจีน กลับมาฮึ่มๆกันอีกครั้ง จากสหรัฐฯประกาศเก็บภาษี 25% ในสินค้าจีนมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และจีนตอบโต้กลับ ด้วยการเก็บภาษี 5-25% ในสินค้าสหรัฐฯ มูลค่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะมีผลวันที่ 1 มิถุนายนนี้
ความร้อนแรงที่เพิ่มขึ้น กระทบต่อตลาดหุ้นทั่วโลก และกดดันการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงอย่างมาก แต่ก็เป็นปัจจัยบวกต่อสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำเช่นเดียวกัน จะเห็นว่า ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นดังนั้นช่วงเวลานี้ การสะสมทองคำ ก็เป็นทางเลือกหนึ่งของการลงทุน เพื่อกระจายความเสี่ยง โดยเฉพาะช่วงที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ยังไม่มีนโยบายขึ้นอัตราดอกเบี้ย
แต่ก็ใช่ว่าจะปลอดภัยเสียทีเดียว เพราะราคาทองคำก็มีโอกาสที่จะปรับลงได้ ดังนั้นให้ดีที่สุดน่าจะเป็นการลงทุนทำกำไรระยะสั้นๆ
แต่ถ้าใครลงทุนทองคำโดยตรงไม่ถนัด บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) กรุงไทย เขามีกองทุนที่ลงทุนทองคำหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นกองทุนเปิดเคแทม โกลด์ ฟันด์ (KT-Gold) ที่ลงทุนในหน่วยลงทุนของ SPDR Gold Trust เน้นลงทุนในทองคำแท่ง
ส่วนอีกกองทุนที่น่าสนใจเกี่ยวข้องกับทองคำเช่นกันคือ กองทุนเปิดเคแทม เวิลด์ โกลด์ แอนด์ เพรเชียส เอคควิตี้ (KT-Precious) ลงทุนในกองทุน Franklin Gold and Precious Metals Fund เน้นลงทุนในหมวดอุตสาหกรรมที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับทองคำและโลหะมีค่า เช่น แพลททินัม พาลาเดียม และเงิน เป็นหลัก
ใครสนใจกองไหนลองไปศึกษาข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบผลตอบแทนดู
หน้า 22 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,473 วันที่ 26-29 พฤษภาคม พ.ศ. 2562






