thansettakij
thansettakij
แบงก์แข่งดุชิงปั๊มค่าต๋งบริหารเงินสดเอกชน

แบงก์แข่งดุชิงปั๊มค่าต๋งบริหารเงินสดเอกชน

21 พ.ค. 62 | 23:30 น.

แบงก์พาณิชย์แข่งเดือดชิงเป็นธนาคารหลัก ทำธุรกรรมบริหารเงินสดลูกค้ารายใหญ่-เอสเอ็มอีปั๊มรายได้ค่าธรรมเนียมดึงเงินฝากต้นทุนตํ่า “กสิกรไทย” เดินหน้าหนุนลูกค้ากว่า 5 แสนบริษัท ทำธุรกรรมรับ-จ่ายผ่านดิจิทัล ส่วน“ไทยพาณิชย์” ลุยดูดเงินฝาก CASA ค้างบัญชีเข้า-ออกโต15-20% ฟาก“กรุงศรี”ชูจุดแข็งเจาะลูกค้าญี่ปุ่น เล็งเพิ่มรายได้โอนเงินข้ามประเทศโต 24%         

นางสาวกิติยา ฤกษ์ภูริทัต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคาร กสิกรไทย จำกัด(มหาชน)เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า แนวโน้มการแข่งขันในธุรกิจบริหารจัดการเงินสด(Cash Management)ของธนาคารพาณิชย์ปี 2562 มองว่า คงไม่ต่างกันมากนัก โดยทุกธนาคารยังเน้นเรื่องบริการ(Service) และธุรกรรมการโอนเงินให้สะดวกรวดเร็ว ซึ่งในส่วนของกสิกรไทยปีนี้จะพยายามรักษาการเติบโตในส่วนของรายได้ค่าธรรมเนียม จากปี 2561 มีรายได้ค่าธรรมเนียมจากบริการ Cash Management 2.97 พันล้านบาท และจะพยายามกระตุ้นให้บริษัทที่เป็นฐานลูกค้าหันมาทำธุรกรรม Cash Management ผ่านธนาคารมากขึ้นหรือใช้กสิกรไทยเป็นธนาคารหลัก(Main Bank) 

แบงก์แข่งดุชิงปั๊มค่าต๋งบริหารเงินสดเอกชน

กิติยา ฤกษ์ภูริทัต

 

 

“ปัจจุบันเรามีบริษัทขนาดใหญ่และธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) เป็นฐานลูกค้าบริการ Cash Management ประมาณ 5 แสนบริษัท ซึ่งในจำนวนนี้เป็นบรรษัทขนาดใหญ่ที่มียอดขาย 500 ล้านบาทขึ้นไป 4.5 หมื่นบริษัท ซึ่งปีนี้เราไม่ได้ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนบริษัท แต่จะเน้นฐานลูกค้าที่มีอยู่ 5 แสนบริษัทให้ทำธุรกรรมผ่านเรามากขึ้น แม้ว่าฐานลูกค้าส่วนใหญ่ทำธุรกรรมสมํ่าเสมอ(Active) แต่ยังไม่ได้ใช้เราเป็นธนาคารหลัก จึงต้องกระตุ้นให้ทำธุรกรรม(Transaction) มากขึ้น” 

แบงก์แข่งดุชิงปั๊มค่าต๋งบริหารเงินสดเอกชน

สำหรับกลยุทธ์ธุรกรรม Cash Management ธนาคารยังพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่อง โดยในส่วนของขารับ จะเป็นธุรกรรมชำระบิลต่างๆ (Bill Payment) ผ่าน Pay Plus รวมถึงช่วยลูกค้าโอนเงินให้สะดวกและเข้าถึงง่ายขึ้น ขณะที่ฝั่งขาจ่าย พยายามช่วยลูกค้าทำธุรกรรมผ่านดิจิทัล เช่น โอนเงินผ่านอินเตอร์เน็ตแบงกิ้ง เพื่อลดการทำธุรกรรมที่เป็น Physical ลง เช่น การใช้เช็ค แม้สัดส่วนจะทยอยลดลงน้อยกว่า 10% แต่ลูกค้าบางรายยังคงใช้เช็ค เนื่องจากเช็คยังเป็นเอกสารที่มีผลทางกฎหมาย หรือบางคนยังนิยมจ่ายบิลที่สาขา ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเพิ่มหรือลดลง ขึ้นกับพฤติกรรมลูกค้าแต่ละราย ทำให้การทำธุรกรรมผ่าน Digital ควบคู่ Physical อยู่ แต่แนวโน้มจะไปทางดิจิทัลมากขึ้น  

นายวศิน ไสยวรรณ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ Wholesale บมจ.ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ปีนี้ธนาคารจะเน้นการเป็นธนาคารหลักในเรื่องการบริหารจัดการ หรือ Main Operating Account ทั้งในแง่สินเชื่อ เงินฝาก และการทำธุรกรรมทางการเงิน (Transaction Banking)รวมถึงการบริหารจัดการเงินสด(Cash Management) ทั้งในส่วนของขารับและขาจ่าย แม้ว่ารายได้ค่าธรรมเนียมอาจจะลดลง หากธนาคารส่งเสริมให้ลูกค้าทำธุรกรรมผ่านอิเล็กทรอนิกส์หรือดิจิทัลมากขึ้น แต่จะเห็นกระแสการทำธุรกรรมของลูกค้า ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดการทำธุรกิจได้  

 

ทั้งนี้ ปัจจุบันธนาคารมีฐานลูกค้าบริษัทขนาดใหญ่ที่ใช้บริการธนาคารเป็น Main Bank 2,000-3,000 บริษัท จากบริษัทขนาดใหญ่ที่มีทั้งหมด 1 หมื่นบริษัท และตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าบริษัทขนาดใหญ่ที่ไม่เคยใช้ไทยพาณิชย์มาก่อน หรือ New to Bank ประมาณ 500 บริษัทในปีนี้ใกล้เคียงกับในช่วงที่ผ่านมาที่จะมีลูกค้าใหม่เข้ามาเฉลี่ย 400-500 บริษัทต่อปี ธนาคารยังตั้งเป้าขยายฐานเงินฝากจากลูกค้ากลุ่มนี้ เพราะลูกค้าที่ใช้บริการบริหารจัดการเงินสดจะมีบัญชีเงินเข้าและออก ซึ่งกลุ่มนี้จะมีเงินฝากที่นอนก้นเหลือไว้ ดังนั้นจึงตั้งเป้าจะดึงเงินฝากส่วนนี้มาอยู่กับธนาคารมากขึ้น โดยปัจจุบันมีเงินฝากกระแสรายวันและเงินฝากออมทรัพย์ (CASA) อยู่ที่ราว 2 แสนล้านบาท และตั้งเป้าเพิ่มเงินฝากส่วนนี้ 15-20% ของ CASA ที่มีในปัจจุบัน 

นายสยาม ประสิทธิศิริกุล ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจเอสเอ็มอี บมจ.ธนาคาร กรุงศรีอยุธยากล่าวว่า ธนาคารยังให้ความสำคัญกับบริการ Cash Management เพราะเป็นกลยุทธ์ในการขายต่อยอดผลิตภัณฑ์ (Cross Selling)ให้กับลูกค้าไทยและญี่ปุ่น โดยปีนี้จะเน้นหาลูกค้าญี่ปุ่นให้เข้ามาใช้บริการธนาคารมากขึ้น โดยจะเสนอเป็น Solution ตั้งแต่ต้นจนจบ (End to End) ทั้งในส่วนของธุรกรรมการค้าระหว่างประเทศ (Trade Finance) ธุรกรรมการโอนเงินระหว่างประเทศ (Fund Transfer) และวงเงินสินเชื่อ โดยการไปชิงส่วนแบ่งตลาด หรือ Share of Wallet จากธนาคารอื่นมาด้วย

ทั้งนี้หากดูกระแสเงินโอนระหว่างญี่ปุ่นมาไทยจะมีมูลค่าค่อนข้างสูงราว 1.3หมื่นล้านดอลาร์ สหรัฐฯ หรือประมาณ 4.41 แสนล้านบาทซึ่งธนาคารมีจุดแข็งที่มีบริษัทแม่ MUFG จึงตั้งเป้าเข้าไปมีส่วนร่วมในกระแสเงินโอนโดยตั้งเป้าในส่วนของรายได้จากอัตราแลกเปลี่ยนเติบโต 24% และวงเงินสินเชื่อธุรกรรมเทรดไฟแนนซ์ 7,000 ล้านบาท และเงินฝากต้นทุนตํ่า(CASA) เติบโต 14%

“ธุรกรรมบริหารเงินสดเราทำเป็นปกติโดยจะเสนอโซลูชันให้ลูกค้าทั้งซัพพลายเชนตั้งแต่ต้นจนจบเพื่อไปแชร์วอลเล็ตจากลูกค้าให้มาใช้เราเป็นธนาคารหลัก ซึ่งปีนี้จะเน้นลูกค้าญี่ปุ่นที่โอนเงินมาไทย แต่ยังไม่ใช้เรา”

 

หน้า 19-20 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,471 วันที่ 19 - 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

แบงก์แข่งดุชิงปั๊มค่าต๋งบริหารเงินสดเอกชน