thansettakij
thansettakij
ราคานํ้ามันพุ่งฉุดกำลังซื้อฐานราก

ราคานํ้ามันพุ่งฉุดกำลังซื้อฐานราก

09 พ.ค. 62 | 09:55 น.

แนวโน้มเงินเฟ้อทยอยปรับขึ้นจากราคาพลังงานและอาหาร กระทบกำลังซื้อระยะสั้น โดยเฉพาะครัวเรือนมีหนี้และพึ่งรายได้ประจำชี้ทั้งปีอัตรายังตํ่าไม่น่ากังวล แนะธปท.ดูแลระดับราคาจูงใจธุรกิจและกำลังซื้อ

ในการรายงานดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป หรืออัตราเงินเฟ้อเดือนเมษายนปี 2562 ของกระทรวงพาณิชย์พบว่า สูงขึ้น 1.23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำให้เฉลี่ย 4 เดือนแรกของปีนี้ อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น 0.86% โดยมาจากปัจจัยราคาสินค้าอาหารสดที่ปรับตัวสูงขึ้น 3.3% จากผลกระทบภัยแล้ง และสถานการณ์ภัยแล้งยังมีแนวโน้มรุนแรงกว่าปีก่อน ประกอบกับราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น 2.33%

สอดคล้องกับการแถลงข่าวล่าสุดของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.)ที่มีการปรับลดประมาณการการขยายตัวทางเศรษฐกิจปี 2562 จากเดิม 4.0% เหลือ 3.8% หลังจากเห็นสัญญาณการอ่อนตัวลงจากอุปสงค์ภายนอกเป็นสำคัญจากการหดตัวของการส่งออกสินค้าตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและการชะลอตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศ พร้อมๆกับปรับประมาณการดัชนีทางเศรษฐกิจทุกตัว ทั้งการบริโภคภาครัฐและเอกชน การลงทุนภาครัฐและเอกชน รวมถึงการส่งออกและนำเข้า ยกเว้นแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไป ที่ปรับเพิ่มจาก 1.0% เป็น 1.4%

ราคานํ้ามันพุ่งฉุดกำลังซื้อฐานราก

อย่างไรก็ตาม ในรายงานนโยบายการเงินธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2562 ระบุว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยทั้งปี มีแนวโน้มทรงตัวใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้ โดยราคาพลังงานปรับสูงขึ้นจากการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)ครั้งก่อน และราคาอาหารสดปรับเพิ่มขึ้นจากปัญหาอุปทานส่วนเกินที่คลี่คลายลงและภาวะภัยแล้งที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ช่วยชดเชยผลของอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่ตํ่ากว่าที่ประเมินไว้ ซึ่งกนง.เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ทั้งผลกระทบจากการขยายตัวของธุรกิจ e-commerce การแข่งขันด้านราคาที่สูงขึ้นรวมถึงพัฒนาการของเทคโนโลยีทำให้ต้นทุนการผลิตลดลงส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นได้ช้ากว่าในอดีต

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.)เปิดเผยกับ“ฐานเศรษฐกิจ”ว่า ปัจจัยหลักที่ทำให้สศค.ปรับเพิ่มประมาณการอัตราเงินเฟ้อทั่วไปมาจากแนวโน้มราคานํ้ามันในตลาดโลกที่จะเพิ่มขึ้น จากการที่จะมีการควํ่าบาตรประเทศอิหร่านอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งจะมีผลให้ปริมาณนํ้ามันในตลาดโลกลดลง ทำให้ราคาปรับเพิ่มขึ้นจนกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อได้ จากไตรมาสแรกปีนี้ ที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ระดับ 0.7% และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 0.6%

ราคานํ้ามันพุ่งฉุดกำลังซื้อฐานราก

นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัดกล่าวว่าแนวโน้มเงินเฟ้อที่ปรับเพิ่มขึ้นจากราคานํ้ามัน โดยในเดือนถัดไปจะเห็นผลการปรับเพิ่มค่าครองชีพเช่น ค่าโดยสาร ซึ่งในแง่ของกำลังซื้อหรือการจับจ่ายใช้สอยของครัวเรือน ทั้งที่มีภาระหนี้ครัวเรือนอยู่แล้ว และครัวเรือนที่พึ่งรายได้ประจำ แต่เงินเดือนไม่ปรับเพิ่มขึ้น เมื่อเกิดในภาวะพร้อมกันกับเงินเฟ้อ ย่อมกระทบกำลังซื้อของครัวเรือนและฐานรากประกอบกับตัวเลขหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูงด้วย

“แต่จากตัวเลขเงินเฟ้อทั้งปีของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ธปท.ยังอยู่ในระดับตํ่า ที่อัตรากว่าๆ 1% เพราะทั้งเศรษฐกิจโลกชะลอ และราคานํ้ามันดูไบ แนวโน้มเริ่มย่อลงบ้างและคงวิ่งขึ้นไปไม่มาก ประเด็นเงินเฟ้อทั้งปีนี้ จึงไม่น่ากังวล”

ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน ราคานํ้ามันดิบดูไบอยู่ที่ระดับ 68 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล โดยราคาดังกล่าวปรับขึ้นมากว่า 20% เห็นได้จากต้นปีอยู่ที่ 55ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน ราคานํ้ามันดิบดูไบ แม้จะปรับเพิ่มขึ้น แต่ยังเป็นอัตราตํ่ากว่าปีก่อน โดยเดือนพฤษภาคม 2561 ราคานํ้ามันดิบดูไบอยู่ที่กว่า 70 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล

นายทิม ลีฬหะพันธุ์ นักเศรษฐศาสตร์ประจำธนาคาร สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด(ไทย)จำกัดกล่าวว่า แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อขาขึ้นในครึ่งปีหลังโดยทั้งปีนี้คาดว่า เงินเฟ้อจะกลับมาเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 1.5% เนื่องจากราคานํ้ามันที่ยังเพิ่มขึ้นโดยคาดว่าราคานํ้ามันดิบ (เบรนต์) จะขยับเกือบระดับ 80 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล จากปลายปีที่ผ่านมาถึงปัจจุบันราคานํ้ามันได้ปรับสูงขึ้นมาแล้วเกือบ 40% จากต้นปีราคา นํ้ามันเบรนต์อยู่ที่ 55 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล แต่ขณะนี้ราคาขึ้นมาที่เกือบ 75 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล นอกเหนือ จากราคาสินค้าเกษตรที่เพิ่มขึ้นจากภัยแล้งด้วย

นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินและตลาดทุนธนาคารกรุงไทยกล่าวว่าเงินเฟ้อทั้งปีนี้อยู่ในระดับตํ่า โดยมองเงินเฟ้อทั่วไปอัตรา 1.0% และเงินเฟ้อพื้นฐานที่อัตรา 0.65% ซึ่งในแง่ของธปท.ควรจะดูแลให้เงินเฟ้ออยู่ในระดับราคาจูงใจภาคธุรกิจและสะท้อนอำนาจซื้อของประชาชนธรรมดาหรือมนุษย์เงินเดือน

“ทิศทางเงินเฟ้อน่าห่วง เพราะแนวโน้มไม่มีโอกาสจะปรับตัวขึ้นได้ง่าย โดยเงินเฟ้อยังปรับลดลงสะท้อนกำลังซื้อถดถอย เพราะรายได้ปรับลดตามราคาสินค้าเกษตรและหากภัยแล้งยังรุนแรงย่อมส่งผลผลิตไม่ดีต่อให้ราคาคงที่ยิ่งกดดันเงินเฟ้อมีทิศทางปรับลดลงตลอดทำให้มนุษย์เงินเดือนและเกษตรกรอำนาจซื้อถดถอย”  

หน้า 19-20 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,468 วันที่ 9 - 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

ราคานํ้ามันพุ่งฉุดกำลังซื้อฐานราก