thansettakij
thansettakij
เบี้ยวหนี้ ส่งออกส่อแววพุ่ง

เบี้ยวหนี้ ส่งออกส่อแววพุ่ง

06 พ.ค. 62 | 04:35 น.
อัปเดตล่าสุด :06 พ.ค. 62 | 10:34 น.

ธสน.เผยลูกค้าส่งออก ที่โดนเบี้ยวหนี้ค่าสินค้ายังมีสัญญาณเพิ่ม เหตุปรับตัวรับสงครามการค้าไม่ทัน กระทบคู่ค้าปลายทางไม่จ่ายเงินระบุยอดเคลมสหรัฐฯ-ไทยสูงสุด แนะผู้ประกอบการซื้อประกันส่งออก ป้องกันค่าเงินผันผวน ประเมินการส่งออกยังโตได้ 3-4% เชื่อสงครามการค้าชัดเจน หนุนการค้าโลกกลับมา
    เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว จากปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนที่ส่งผลกระทบชัดเจนขึ้น ทำให้ภาพรวมการค้าระหว่างประเทศชะลอตัวลง และกระทบต่อการส่งออกของไทย ซึ่งไตรมาสแรกปีนี้ ติดลบถึง 1.6% สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) จึงปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2562 ใหม่จาก 4% เหลือ 3.8% พร้อมปรับลดคาดาการณ์ส่งออกทั้งปีจาก 4.5% เหลือเพียง 3.4% เท่านั้น

เบี้ยวหนี้ ส่งออกส่อแววพุ่ง
    นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย(EXIM BANK)หรือ ธสน.เปิดเผยกับ“ฐานเศรษฐกิจ”ว่า แนวโน้มผู้ประกอบการส่งออกไทยไม่ได้รับชำระเงินจากคู่ค้าในต่างประเทศ ไตรมาสแรกมีทิศทางเพิ่มขึ้น โดยส่วนใหญ่จะเป็นประเทศที่ยังไม่ได้ปรับตัวเช่น สหรัฐฯและสิงคโปร์ ซึ่งสิงคโปร์เป็นประเทศที่ซื้อมาขายไป (Trading) เพราะซื้อสินค้าจากไทยและไปขายต่อ แต่ประเทศปลายทางไม่ชำระค่าสินค้า ทำให้เกิดการชำระค่าสินค้าล่าช้าหรือเบี้ยวการชำระค่าสินค้า
    ทั้งนี้ หากดูตัวเลขยอดมูลค่าการจ่ายสินไหมทดแทนปี 2561 พบว่า ธนาคารอนุมัติจ่ายสินไหมให้กับผู้ส่งออก 15 ราย มูลค่ารวม 36 ล้านบาท สาเหตุความเสียหายเกิดจากผู้ซื้อไม่ชำระเงินคิดเป็นสัดส่วน 66% และผู้ซื้อล้มละลาย 34%
    อย่างไรก็ตาม ปีนี้ธนาคารยังคงให้นํ้าหนักความเสี่ยงเรื่องค่าเงินที่มีความผันผวนกระทบผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี)ในกลุ่มส่งออกมากกว่าประเทศคู่ค้าผิดนัดชำระหนี้ เนื่องจากทิศทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง และมีความไม่แน่นอนสูงในด้านนโยบายการเงิน ส่งผลให้ทิศทางค่าเงินมีความผันผวน ซึ่งช่วง 3 เดือนแรก จะเห็นว่าอัตราแลกเปลี่ยนที่มีผลกระทบมากที่สุดจะเป็นเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ หยวน-จีน และเงินสกุลท้องถิ่นในกลุ่มอาเซียนบางสกุล เช่น จ๊าต-เมียนมา
    ดังนั้นธนาคาร จึงส่งเสริมให้ลูกค้าหันมาซื้อประกันความเสี่ยงจากการส่งออก ทั้งในส่วนของความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนและป้องกันความเสี่ยงจากการไม่ได้รับชำระเงินจากคู่ค้าในต่างประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาจะเห็นว่าผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายกลางและเล็กไม่นิยมซื้อป้องกันความเสี่ยง เมื่อเทียบกับรายใหญ่ที่ทำอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งมาจากค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียในเรื่องของค่าธรรมเนียม ธนาคารจึงพัฒนาบริการ“ประกันส่งออก SMEs Easy” เหมาะกับผู้ส่งออกมูลค่าไม่สูงและต้องการคุ้มครองความเสี่ยงจากการทำการค้ากับผู้ซื้อในต่างประเทศ โดยวงเงินรับประกันสูงสุด 2 ล้านบาทต่อราย คุ้มครอง 85% ของมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นครอบคลุม 140 ประเทศทั่วโลก คิดเบี้ยประกันต่อรายเริ่มต้น 3,000-5,000 บาทเท่านั้น 

เบี้ยวหนี้ ส่งออกส่อแววพุ่ง
    ส่วนไตรมาสแรกปีนี้  มีปริมาณธุรกิจด้านรับประกันการส่งออกและประกันความเสี่ยงจากการลงทุน 2.57 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 8,670 ล้านบาทเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยเป็นปริมาณธุรกิจเอสเอ็มอี 6,939 ล้านบาท ขยายตัว 26.92% ของปริมาณธุรกิจสะสมรวม
    “เราต้องการให้ลูกค้าเอสเอ็มอีมาใช้บริการประกันความเสี่ยงค่าเงินและคู่ค้าไม่ชำระค่าสินค้ามากขึ้น ที่ผ่านมาลูกค้าส่งออก 100 ราย มาใช้ธนาคาร 8-10 รายเท่านั้น ปีนี้จึงอยากเพิ่มสัดส่วนให้ขึ้นมาเป็น 12% หรือเข้ามาใช้เรา 12 ราย โดยเฉพาะลูกค้ารายเล็กหลักประกันไม่พอก็มีโปรดักต์ให้บริการ”
    สำหรับภาพรวมการส่งออกไทย มองว่า หากสถานการณ์การค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน เริ่มมีความชัดเจนและปรับตัวไปในทางที่ดีขึ้น เชื่อว่า จะทำให้การค้าโลกกลับมาเร็ว รวมถึงไทยมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้เร็ว และเร่งดำเนินนโยบายใหม่จะสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนให้เกิดการค้าและการลงทุนใหม่กลับมาได้ภายในไตรมาส 4 ตลอดจนการขยายตลาดการค้าไปยังตลาดใหม่ๆ ที่มีโอกาสขยายตัว เช่น อินเดีย แอฟริกา หรือกลุ่ม CLMV จะช่วยให้อัตราการเติบโตภาคการส่งออกกลับมาขยายตัวได้เกิน 3.5-4% แม้ว่าจะชะลอตัวลงจากปีก่อนที่เติบโต 6.7% คิดเป็นมูลค่า 2.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ 

 

หน้า19-20 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับ 3,467 วันที่ 5-8 พฤษภาคม 2562

เบี้ยวหนี้ ส่งออกส่อแววพุ่ง