
TPBI โตจากซื้อกิจการ ดันรายได้ปี 62 เพิ่ม20%
สัมภาษณ์
บริษัท ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ TPBI ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ครบวงจรระดับโลก ก่อตั้งมา 38 ปี โดยธุรกิจมีรายได้หลักจากบรรจุภัณฑ์ถุงพลาสติก แต่จากสถาน การณ์ทั่วโลกลดการใช้ถุงพลาสติก ส่งผลให้ช่วง 2-3 ปี บริษัทต้อง Transformation ขยายฐานสู่บรรจุภัณฑ์อื่นๆ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อชดเชยผลกระทบที่เกิดขึ้น
นายสมศักดิ์ บริสุทธนะกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TPBI เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า 5 ปีที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้หลักจากบรรจุภัณฑ์ถุงพลาสติกเป็นสัดส่วน 60% ของรายได้รวมแต่ปัจจุบันลดลงเหลือ 20% สำหรับผลกระทบจากการลดการใช้ถุงพลาสติกในปีนี้ เริ่มเบาลง ภายหลังจากที่บริษัทได้ขยายฐานไปสู่การผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์กระดาษ จากการเข้าซื้อกิจการของกลุ่ม“Intelipac” ในประเทศอังกฤษ มูลค่ากว่า 547 ล้านบาทมาเมื่อปีที่แล้ว
สมศักดิ์ บริสุทธนะกุล
ปีนี้บริษัทคาดจะทำรายได้เติบโต 20% โตจากการซื้อกิจการ (M&A) หลังเริ่มรับรู้รายได้เข้ามาตั้งแต่ไตรมาส 4 ปีที่แล้ว และในปีนี้จะรับรู้รายได้เต็มจำนวน 1,000 ล้านบาท และส่วนหนึ่งจากการเพิ่มกำลังผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อนสำหรับผู้บริโภค จากการที่บริษัทได้ก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ขึ้นเมื่อปีที่แล้ว ในปีที่แล้วบริษัทมีรายได้รวม 5,011 ล้านบาท เติบโต (YoY) 4.74%
การซื้อกิจการ “ Intelipac” ยังทำให้บริษัทเป็นผู้ประกอบบรรจุภัณฑ์ที่ครบวงจร ตั้งเป้ารายได้ที่มาจากหมวดธุรกิจกระดาษ (PAPER) (ถุงกระดาษ ถ้วยกระดาษ) และหมวดโกลบัล เทรดดิ้ง (Global Trading) ธุรกิจซื้อมาขายไป จากฐานผลิตในอังกฤษไปสู่ช่องทางการจำหน่ายประเทศต่างๆ ในกลุ่มยุโรป และจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สู่ยุโรป 2 หมวดรวมกันประมาณ 30% ซึ่งเป็นหน่วยธุรกิจที่สร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับบริษัท
ส่วนอีก 70% มาจากหมวดธุรกิจ Consumable (พลาสติกถุงหูหิ้ว ถุงขยะ ถุงใส่ผักผลไม้ ฯลฯ) เป็นหลักเพียงแต่จะเปลี่ยนรูปแบบผลิตภัณฑ์ และหมวด Flexible Packaging (บรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อนสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค) รวมกัน
นายสมศักดิ์ ยังกล่าวถึงนโยบายภาครัฐในการรณรงค์ลดใช้ถุงพลาสติกว่า โดยคอนเซ็ปต์เข้าใจว่าภาครัฐอยากทำทั้งประเทศ ขณะนี้กระแสปรับตัวเริ่มในวงจำกัดเฉพาะในกลุ่มของถุงห้างสรรพสินค้า แต่ยังมีกลุ่มของ “ถุงตลาด” ที่มากกว่ากลุ่มแรก ตรงนี้เป็นเรื่องยาก โจทย์ท้าทายว่าภาครัฐจะทำได้มากน้อยแค่ไหน
ส่วนผลกระทบต่อผู้ประกอบการบรรจุภัณฑ์ถุงพลาสติก กฎหมายห้ามถุงพลาสติกหูหิ้วเฉพาะที่มีขนาดความหนาตํ่ากว่า 36 ไมครอน เป็นถุงบางใช้ครั้งเดียวทิ้ง แต่ความหนาเกินกว่า36 ไมครอน ไม่ห้าม เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดการใช้ซํ้า หรือต่อไปต้องซื้อถุงจากห้างเหมือนในประเทศอื่นก็จะเกิดความเสียดายเงิน นำกลับมาใช้ซํ้าได้ อย่างไรก็ตามทุกบรรจุภัณฑ์ สำคัญอยู่ที่ว่าต้องใช้ให้เป็น และใช้อย่างไรให้เกิดความคุ้มค่าต้องค่อยๆ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม อย่างญี่ปุ่นกว่าจะถึงจุดนี้ยังต้องใช้เวลาร่วม 20 ปี
หน้า 17-18 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับ 3,466 วันที่ 2-4 พฤษภาคม 2562






