
เงินบาทอ่อนค่าตามฤดูกาลปันผลช่วงสั้น
ธนาคารกรุงไทยระบุค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 31.90 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงจากช่วงปิดสิ้นสัปดาห์ก่อนที่ระดับ 32.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจทั่วโลกวันที่ 29 เมษายน ถึง 3 พฤษภาคม มีความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามากมาย
โดยเรามองว่า เรื่องที่ตลาดจะให้ความสำคัญมากที่สุดคือ การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางสหรัฐหรือ FOMC ในวันพฤหัส เราคาดว่าเฟดจะ “คง” อัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 2.25-2.50% และอาจมีมุมมองต่อแนวโน้มเศรษฐกิจที่ดีขึ้น หลังข้อมูลตลาดแรงงานฟื้นตัวจากการประชุมครั้งก่อน อย่างไรก็ตาม เรายังมองว่าเฟดจะไม่เร่งรีบขึ้นดอกเบี้ย โดยส่วนต่างของบอนด์ยีลด์ระยะสั้นและยาวที่ต่ำ และเงินเฟ้อสหรัฐฟื้นฐานที่ยังไม่ปรับตัวเหนือระดับ 2.0% คือสองปัจจัยหลักที่เฟดกำลังจับตาอยู่
นอกจากนี้ในวันศุกร์ก็จะมีการรายงานยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Non-farm Payrolls) ด้วย ครั้งนี้ตลาดคาดว่าการจ้างงานจะปรับตัวสูงขึ้น 1.9 แสนตำแหน่ง ทำให้อัตราการว่างงานลดลงมาที่ระดับ 3.7% ชี้ว่าตลาดแรงงานสหรัฐยังคงแข็งแกร่ง
ฟากฝั่งยุโรปสัปดาห์นี้ก็จะมีการ รายงานจีดีพียูโรโซนไตรมาสแรกของปี 2019 ในวันอังคารซึ่งตลาดคาดว่าจะขยายตัว 1.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ประเด็นหลักคือการชะลอตัวในภาคการผลิตของเศรษฐกิจหลักอย่างเยอรมนี
นอกจากนี้ ฝั่งอังกฤษก็จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (BOE) ในวันพฤหัส แม้เศรษฐกิจอังกฤษเริ่มฟื้นตัว แต่เชื่อว่า BOE จะ “คง” อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Bank Rate) ที่ระดับ 0.75% เนื่องจากสถานการณ์ Brexit ยังมีความไม่แน่นอนสูง
ด้านเศรษฐกิจไทย จะมีการรายงานอัตราเงินเฟ้อทั่วไป (CPI) เดือนเมษายนในวันพุธ เราคาดว่าเงินเฟ้อทั่วไปจะปรับตัวสูงขึ้นเหนือระดับ 1.1% ด้วยแรงหนุนของราคาสินค้าเกษตรและพลังงาน
ในส่วนของเงินบาท เชื่อว่ามีโอกาสแกว่งตัวอ่อนค่าได้ในช่วงสั้นตามแรงขายเงินบาทช่วงฤดูกาลปันผลอยู่ อย่างไรก็ดีต้องระวัง FOMC ด้วย เนื่องจากมีโอกาสที่เฟดจะส่งสัญญาณ “ชะลอ” การขึ้นดอกเบี้ยส่งผลให้ดอลลาร์อ่อนค่าได้อีก ขณะที่ปัจจัยหนุนเงินดอลลาร์ยังคงเป็นตัวเลขตลาดแรงงานที่แข็งแกร่งในท้ายสัปดาห์
กรอบเงินบาทในวันนี้ 31.85 ถึง 31.95 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
กรอบเงินบาทสัปดาห์นี้ 31.80 ถึง 32.30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ






