
ดัชนีดาวโจนส์ปิดลบ 59.34 จุด ผิดหวังผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดเมื่อคืนนี้ ( 24 เม.ย.)ที่ 26,597.05 จุด ลดลง 59.34 จุด หรือลบ 0.22% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,927.25 จุด ลดลง 6.43 จุด หรือลบ 0.22% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,102.01 จุด ลดลง 18.81 จุด หรือลบ 0.23%
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบหลังได้รับแรงกดดันจากผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่รวมถึงโบอิ้งออกมาน่าผิดหวัง และหุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลงตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลง
โดยราคาหุ้นโบอิ้งร่วงลงในระหว่างวัน ก่อนที่ดีดตัวขึ้นในช่วงท้ายและปิดตลาดขยับขึ้น 0.4% หลังบริษัทเปิดเผยผลประกอบการมีกำไรในไตรมาสแรกที่ระดับ 3.16 ดอลลาร์/หุ้น ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ขณะที่รายได้อยู่ที่ระดับ 2.292 หมื่นล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 2.298 หมื่นล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ บริษัทยังได้ประกาศประมาณการผลประกอบการในปี 2562
แคทเธอร์พิลลาร์ ซึ่งเป็นบริษัทผลิตเครื่องมือก่อสร้างขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ร่วงลง 3.2% หลังจากบริษัทเปิดเผยกำไรไตรมาสแรกที่ระดับ 2.94 ดอลลาร์/หุ้น มากกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ 2.85 ดอลลาร์/หุ้น แต่ยอดขายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคร่วงลง โดยผลประกอบการของแคทเธอร์พิลลาร์ถือเป็นตัวชี้วัดสภาวะการค้าของสหรัฐ เนื่องจากบริษัทมีการลงทุนจำนวนมากในต่างประเทศ
ขณะที่หุ้นเอทีแอนด์ที ซึ่งเป็นผู้ให้บริการไร้สายรายใหญ่ของสหรัฐ ดิ่งลง 4.1% หลังจากบริษัทเปิดเผยรายได้ในไตรมาสแรกเพิ่มขึ้น 17.8% แตะที่ระดับ 4.48 หมื่นล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 4.51 หมื่นล้านดอลลาร์ ฯลฯ
นอกจากนี้ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากหุ้นกลุ่มพลังงานที่ปรับตัวลงตามทิศทางราคาน้ำมันดิบ WTI เมื่อคืนนี้ หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นมากกว่าคาดการณ์ โดยหุ้นเอ็กซอน โมบิล ร่วงลง 2% หุ้นเชฟรอน ดิ่งลง 3% และหุ้นเดวอน เอนเนอร์จี ลดลง 0.3%






