thansettakij
thansettakij
วิเคราะห์สถานการณ์ราคาทองคำประจำวัน(5 เม.ย.62)

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาทองคำประจำวัน(5 เม.ย.62)

05 เม.ย. 62 | 02:56 น.
อัปเดตล่าสุด :05 เม.ย. 62 | 09:59 น.

บทวิเคราะห์สถานการณ์ราคาทองคำแท่ง ประจำวันที่ 5 เมษายน 2562 โดยบริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

คำแนะนำ

หากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือบริเวณ 1,295-1,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ แนะนำทยอยปิดสถานะซื้อทำกำไรบางส่วน เพื่อรอการอ่อนตัวลงของราคา หากไม่หลุดบริเวณแนวรับ 1,280 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จึงพิจารณาเข้าซื้อทำกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว

หากราคาทองคำทดสอบแนวต้านที่ 1,295-1,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้ง แต่ยังไม่สามารถผ่านได้ ซึ่งนักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไร เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาเมื่อราคาทองคำมีการปรับตัวขึ้น ยังคงมีแรงขายออกมาเช่นกัน อย่างไรก็ตามหากการอ่อนลงของราคาไม่หลุดโซนแนวรับระยะสั้นอยู่ที่ 1,280 ดอลลาร์ต่อออนซ์มีโอกาสเกิดแรงซื้อดันให้ราคาขึ้นทดสอบแนวต้านอีกครั้ง

แนวรับ                1,280     1,273        1,265

แนวต้าน              1,300     1,311        1,320

สรุป  ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์  แม้ในระหว่างวันราคาทองคำจะร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 10 สัปดาห์บริเวณ 1,280.70 ดออลาร์ต่อออนซ์จากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์  หลังการเปิดเผยตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์ของสหรัฐลดลงเกินคาดสู่ระดับ 202,000 รายในสัปดาห์ที่แล้วซึ่งสิ้นสุดวันที่ 30 มี.ค.  และถือเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค. 1969 หรือในรอบกว่า 49 ปีอีกด้วย  ประกอบกับดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกอีก 166.50 จุดวานนี้  โดยได้รับแรงหนุนจากทั้งข้อมูลในตลาดแรงงานที่แข็งแกร่ง รวมทั้งสัญญาณที่บ่งชี้ถึงความคืบหน้าในการเจรจาการค้ารอบใหม่ระหว่างสหรัฐและจีนหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ เปิดเผยผ่านทางทวิตเตอร์ว่า  การเจรจาข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนกำลังไปได้สวย  จึงถือเป็นแรงกดดันต่อราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มเติม  ก่อนที่แรงซื้อเก็งกำไรจะหนุนราคาทองคำให้ฟื้นตัวขึ้นในเวลาต่อมา  ด้านกองทุน SPDR ลดการถือครองทองคำลงอีก -1.74 ตันวานนี้  สำหรับวันนี้แนะนำนักลงทุนติดตามกความคืบหน้าจากประเด็นต่างๆ  อาทิ  การเจรจาการค้าจีน-สหรัฐ  และBrexit  รวมไปถึงจับตาการเปิดเผยตัวเลขสำคัญในตลาดแรงงานของสหรัฐ  ทั้งการจ้างงานนอกภาคการเกษตร, อัตราการว่างงานและรายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงแรงงาน

ที่มา :  บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด