
"เงินบาท" แกว่งตัวแคบ เหตุปัจจัยในประเทศไม่ชัด
ธนาคารกรุงไทย ระบุ เงินบาทเปิดเช้าวันนี้ (2 เม.ย.) ที่ระดับ 31.70 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นจากช่วงสิ้นวันทำการก่อนที่ระดับ 31.72 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ
ในคืนที่ผ่านมา รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (ISM Manufacturing PMI) ของสหรัฐฯ ดีดตัวขึ้นแตะระดับ 55.3จุด สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 54.5จุด ทำให้ตลาดคลายความกังวลกับปัญหาแนวโน้มเศรษฐกิจชะลอตัว ดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้น 1.16% เช่นเดียวกันกับดัชนี STOXX50 ของยุโรป ที่ปรับตัวขึ้น 1.00% นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ก็พุ่งขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ของปีนี้ ที่ระดับ 69 ดอลลาร์ต่อบารเรล จากความหวังว่า กลุ่ม OPEC จะลดกำลังการผลิตถึงสิ้นปีด้วย
การเปิดรับความเสี่ยงของตลาดและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น หนุนให้บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 5bps มาที่ระดับ 2.49% และดึงให้เงินดอลลาร์แข็งค่า 0.2% เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ขณะที่ ราคาทองคำปรับตัวลงแตะระดับ 1,292 ดอลลาร์ต่อออนซ์
สำหรับวันนี้ มองว่า ธนาคารกลางออสเตรเลียจะยังคงอัตราดอกเบี้ย (Cash Rate Target) ที่ระดับ 1.50% และมีแนวโน้มที่จะคงดอกเบี้ยตลอดทั้งปี เนื่องจากเศรษฐกิจยังเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและความเสี่ยงบนตลาดอสังหาริมทรัพย์
สำหรับค่าเงินบาท ช่วงนี้แกว่งตัวแคบ เนื่องจากปัจจัยในประเทศที่ยังไม่ชัดเจน นอกจากนี้ สกุลเงินตลาดเกิดใหม่ก็กำลังถูกกดดันด้วยค่าเงินตุรกีรีลาที่อ่อนค่าอย่างรวดเร็ว แม้ในระยะสั้นจะมีตัวเลขเศรษฐกิจจีนและสหรัฐฯ เข้ามาช่วยหนุนอารมณ์ตลาดให้เปิดรับความเสี่ยง แต่สกุลเงินตลาดเกิดใหม่และเงินบาท ก็ดูจะไม่ใช่เป้าหมายของนักลงทุนช่วงนี้
กรอบค่าเงินบาทวันนี้ 31.65- 31.75 บาทต่อดอลลาร์






