
เศรษฐกิจไทย ก.พ. ทรงตัว การเลือกตั้งหนุนความเชื่อมั่นผู้บริโภคดีขึ้น
สศค.เผยเศรษฐกิจไทยเดือนก.พ.ยังทรงตัว เหตุรายได้ภาษีมูลค่าเพิ่มลดลง 0.5% ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างหดตัวตามราคาที่ลดลง แต่ราคาสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้น ส่งผลดัชนีราคาสินค้าเกษตรกลับมาเป็นบวกในรอบ 22 เดือน
นายวโรทัย โกศลพิศิษฐ์กุล ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการคลัง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.)เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในเดือนกุมภาพันธ์ มีสัญญาณทรงตัว โดยการบริโภคภาคเอกชน สะท้อนจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มปรับตัวลดลงเล็กน้อยที่ 0.5% ต่อปี ขณะที่ปริมาณจำหน่ายรถยนต์นั่งยังขยายตัวได้ดีที่ 9.2% ส่วนการลงทุนภาคเอกชน ที่สะท้อนจากปริมาณจำหน่ายรถยนต์เชิงพาณิชย์ขยายตัว 9.0% ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 20 โดยพบว่า ยอดจำหน่ายรถกระบะขนาด 1 ตันที่ขยายตัวสูงถึง 10.1% ขณะที่การลงทุนในหมวดก่อสร้าง สะท้อนจากปริมาณจำหน่ายปูนซีเมนต์ภายในประเทศหดตัว 3.0% ต่อปี
ขณะที่ภาษีการทำธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ขยายตัว 7.4% ต่อปี จากการขยายตัวในหมวดภาษีธุรกิจเฉพาะที่กรมที่ดินจัดเก็บให้ 14.8% ต่อปี ขณะที่ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างหดตัวเล็กน้อยที่ 0.1% ต่อปี โดยมีสาเหตุสำคัญจากการหดตัวของดัชนีราคาหมวดเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก และหมวดสุขภัณฑ์
อย่างไรก็ตาม ดัชนีผลผลิตเกษตรและรายได้เกษตรกรยังขยายตัวต่อเนื่องตามราคาสินค้าเกษตรกลับมาขยายตัวเป็นบวกในรอบ 22 เดือน ประกอบกับดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมที่ปรับตัวสูงสุดในรอบ 73 เดือน ส่วนเสถียรภาพเศรษฐกิจภายในและภายนอกประเทศอยู่ในเกณฑ์ที่มั่นคง ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 69.0 เนื่องจากบรรยากาศการเลือกตั้ง สถานการณ์สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนเริ่มคลี่คลายลงและกำลังซื้อที่สูงขึ้นเนื่องจากราคาพืชผลทางการเกษตรที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น
ส่วนการส่งออกสินค้าเดือนกุมภาพันธ์ ขยายตัวจากปัจจัยพิเศษ โดยมูลค่าการส่งออกสินค้าอยู่ที่ 21.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัว 5.9% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำและยุทธปัจจัย จะพบว่า มูลค่าการส่งออกยังคงชะลอที่ -4.9% อย่างไรก็ตาม การส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ และกลุ่ม ASEAN (5) ขยายตัวต่อเนื่อง ขณะที่มูลค่าการนำเข้าสินค้าเท่ากับ 17.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หดตัว –10% ส่งผลให้ดุลการค้าเกินดุล 4.0 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
“เสถียรภาพเศรษฐกิจภายในประเทศยังอยู่ในเกณฑ์ดี และเสถียรภาพภายนอกประเทศอยู่ในระดับที่มั่นคง สะท้อนจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ระดับต่ำ 0.7% ต่อปี ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 0.6% ต่อปี และอัตราการว่างงานอยู่ที่ 0.8% ของกำลังแรงงานทั้งหมด สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP สิ้นเดือนมกราคม อยู่ที่ 41.7% ต่อ GDP ส่วนเสถียรภาพภายนอกยังอยู่ในระดับมั่นคง สามารถรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้”






