thansettakij
thansettakij
ASP ให้กรอบดัชนีหุ้นไทย 1705-1811 จุด ขึ้นกับเสถียรภาพการเมือง

ASP ให้กรอบดัชนีหุ้นไทย 1705-1811 จุด ขึ้นกับเสถียรภาพการเมือง

27 มี.ค. 62 | 10:06 น.

บล.เอเซีย พลัส  ชี้ตลาดหุ้นไทยไตรมาส 2 ขึ้นกับน้ำหนักการเมืองเป็นหลัก  ให้ SET Index เป้าหมายปี 62  ที่ 1705-1811 จุด ขึ้นกับเสถียรภาพรัฐบาลใหม่  เชื่อฟันด์โฟลว์ไหลเข้าหลังฟอร์มทีมจัดตั้งแล้ว

 

เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส(ASP)กล่าวว่าทิศทางตลาดหุ้นไทยไตรมาส 2  จะขึ้นกับน้ำหนักการเมืองเป็นหลัก  โดยกรอบเวลา กกต.จะรับรองผลการเลือกตั้งให้ครบ 95% วันที่ 9 พฤษภาคมนี้ และคาดว่าจะได้รัฐบาลใหม่ภายในเดือนกรกฏาคมนี้    ในระหว่างที่รอความชัดเจนการจัดตั้งรัฐบาล เชื่อจะไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดทุน เนื่องจากรัฐบาลชุดปัจจุบันยังมีอำนาจการบริหารเต็ม  โครงการขนาดใหญ่ ยังเดินหน้าต่อ อาทิ โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สถานี  ซึ่งน่าจะมีบทสรุปในเร็ว ๆนี้    และคาดว่าดัชนีหุ้นไทยระหว่างนี้ไปจนถึงเดือนกรกฏาคม  ไม่น่าจะปรับต่ำกว่า 1600 จุด

ขณะที่กระแสทุนต่างประเทศ ( Fund Flow  ) การจะไหลออกจะจำกัด   เพราะนับตั้งแต่กลางปี 2556 ถึงปัจจุบัน ต่างชาติขายหุ้นไทยสุทธิแล้วกว่า 6 แสนล้านบาท ทำให้สัดส่วนการถือครองหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติจากที่เคยอยู่ระดับกว่า  30%  มา ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2562 อยู่ที่  22.66% ของมูลค่าตลาด (ไม่รวม  NVDR )  ถือเป็นการลดลงอย่างรุนแรง ดังนั้นฟันด์โฟลว์มีความเป็นไปได้สูงที่จะมีการไหลกลับมาพักที่ตลาดตราสารหนี้ก่อน และจะไหลมาที่ตลาดหุ้น หลังจากที่เห็นรัฐบาลใหม่ชัดเจน โดยสัดส่วนต่างชาติที่ถือหุ้นไทยปีนี้น่าจะกลับมาเพิ่มเป็น 25 %  ได้

ประกอบกับธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟดส่งสัญญาณว่าปีนี้จะไม่ขึ้นดอกเบี้ย  กดดันให้พันธบัตร (bond yield )  10 ปีสหรัฐฯปรับลงแรงมาอยู่ 2.4% ต่ำสุดในรอบ 14 เดือนและต่ำกว่าบอนด์ยีลด์  10ปีของไทยที่ 2.58% โดยส่วนต่างที่ติดลบ ถือเป็นเกาะป้องกันฟันด์โฟลว์ไหลออกจากไทย  และด้วยผลตอบแทนจากตราสารหนี้ที่อยู่ระดับต่ำ จึงน่าจะดึงเม็ดเงินกลับมาลงทุนในตลาดหุ้นมากขึ้น"

ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า ASPS คาด  GDP Growth ปี 2562 เติบโต 3.4% ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากในประเทศ คือ การบริโภคครัวเรือนและการลงทุนจากการสานต่อและเดินหน้ากระตุ้นของรัฐบาลชุดใหม่ อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิตลาดปี 2562 ASPS ได้ปรับลดประมาณการลง เพื่อสะท้อนผลกระทบจากการที่บจ.ต้องตั้งสำรองรายการผลประโยชน์พนักงานตามพ.ร.บ. แรงงานฉบับแก้ไขรวมถึงการปรับสมมุติฐานอัตราแลกเปลี่ยน จากเดิมกำหนดที่ 33 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ มาเป็น 32 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ  

 โดยภายหลังการปรับปรุง คาดกำไรสุทธิตลาดรวมที่ราว 1.06 ล้านล้านบาท คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้น(EPS) ที่ 106.58 บาทต่อหุ้น แต่ด้วยฐานกำไรที่ต่ำกว่าปกติในงวดปี 2561 ทำให้ EPS Growth ของตลาดหุ้นไทย ยังเติบโตได้ถึง 9% ใกล้เคียงกับตลาดหุ้นเพื่อนบ้าน    โดยหากคงระดับ PER เป้าหมายที่ 16 เท่า จะให้ SET Index เป้าหมายปี 2562 อยู่ที่ 1705 จุด มีอัพไซด์จำกัด ราว 4.4%

ทั้งนี้คาดการณ์ SET Index เป้าหมาย ยังขึ้นกับเสถียรภาพรัฐบาล   ในกรณี  best –case scenario รัฐบาลมีเสถียรภาพ ได้มากกว่า 300 ที่นั่ง ดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสปรับขึ้น 1,811 จุด   อิง PER ที่ 16 เท่า  ส่วนกรณี  worst-case  scenario  คือการเมืองไม่สามารถผ่านจากรัฐบาลทหาร ไปสู่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งได้  คาดดัชนีหุ้นไทย อาจปรับลงอยู่ที่ 1,598 จุด หรืออิง PER 15 เท่าแต่เชื่อว่ามีโอกาสน้อย  ส่วนกรณี  กรณี base case scenario  คือได้ที่นั่งรวมกันเกินครึ่งไม่มากนัก ดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสปรับระดับ  1705 จุด