
ASP แนะลงทุนหุ้นพื้นฐานแกร่ง ชี้! ตัวแปรขึ้นกับการวมคะแนนเสียงตั้ง รบ.
นักวิเคราะห์ บล.เอเซียพลัส (ASP) ประเมินการตอบสนองของ SET Index ต่อการเลือกตั้ง ว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมาแม้จะส่งผลในทิศทางบวก โดยน่าจะมี Fund Flow เริ่มไหลเข้ามา อย่างไรก็ตาม จากตัวแปรในเรื่องการรวมคะแนนเสียงจัดตั้งรัฐบาล อาจทำให้เห็นการ Take Profit เป็นระยะได้
โดยคาดการจัดตั้งรัฐบาลรอบนี้จะใช้เวลายาวนานกว่าทุกครั้ง เพราะคาด กกต. จะรับรองผลเลือกตั้งประมาณ 9 พ.ค. 2562 และคาดจะเปิดประชุมรัฐสภาครั้งแรกวันที่ 24 พ.ค. 2562 (15 วันหลังจาก กกต. รับรองผลการเลือกตั้ง)
ดังนั้น การลงทุนแนะลงในหุ้นที่ปัจจัยพื้นฐานแกร่ง โดยหากการเมืองมีการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ตามที่พรรคฯ หาเสียงไว้ โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 400บ./วัน หรือ เพิ่มขึ้น 23% จะกระทบต่อต้นทุนผู้ประกอบการหลัก ๆ คือ
1.กลุ่มรับเหมาฯ ค่าแรงคิดเป็นสัดส่วน 10-15% ของต้นทุนก่อสร้าง หากมีการปรับขึ้นค่าแรง จะทำให้บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นลดลงประมาณ 2% โดยบริษัทที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ ITD, NWR
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน บริษัทมีการปรับวิธีการทำงานด้วยการนำเครื่องจักรมาใช้ และใช้วิธี Sub Contract หากมีการปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ เชื่อว่าจะได้รับผลกระทบไม่มากเกินไป
2.กลุ่มค้าปลีก โดยเฉลี่ยอุตฯ จะมี คชจ. พนักงานราว 30% ของ SG&A และ 6% ของยอดขายรวม หากมีการปรับขึ้นค่าแรงจะกระทบต่อกลุ่มที่ใช้แรงงานทักษะทั่วไปสูง อาทิ CPALL BJC MAKRO ROBINS
ขณะที่ กลุ่ม Specialty Store (HMPRO, COM7, BEAUTY) คาดกระทบจำกัด
อย่างไรก็ตาม ผลบวกจากมาตรการกระตุ้นการบริโภคและอานิสงส์เม็ดเงินสะพัดเลือกตั้ง คาดจะหนุน SSSG ดีขึ้น
บวกกับสถิติในอดีตที่จะเห็น SSSG ปรับตัวขึ้น ในช่วงการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ (เม.ย. 55 และ ม.ค. 56) คาดช่วยชดเชยผลกระทบ หากมีการปรับขึ้นค่าจ้างในอนาคต






