
ASP หั่นเป้าดัชนีหุ้นไทย! กำไร บจ. ฉุด เหตุตั้งสำรองเพิ่ม-ลุ้นฟันด์โฟลว์
ASP นำปรับลดเป้า EPS และดัชนีหุ้นไทยปี 62 ลงมาอยู่ระดับ 1687 จุด ชี้! ผลกระทบกำไร บจ. จากการตั้งสำรองรายการผลประโยชน์ พนง. ตาม ก.ม.แรงงานฉบับใหม่ - บาทแข็งค่าขึ้น ลุ้น! ฟันด์โฟลว์หลังเลือกตั้ง
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน) (ASP) กล่าวว่า จากกำไรสุทธิรวมของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยไตรมาส 4/2561 ที่ทำได้เพียง 1.56 แสนล้านบาท ติดลบสูงถึง 39% (QoQ) และติดลบ 40.5% (YoY) ทำให้กำไรสุทธิตลาดปี 2561 อยู่ที่ 9.73 แสนล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น (EPS) 97.89 บาทต่อหุ้น ตํ่ากว่าที่ฝ่ายวิจัย ASP คาดการณ์ EPS ไว้ที่ 108.58 บาทต่อหุ้น
ส่งผลให้ EPS Growth ปี 2561 ติดลบ 0.96%
สำหรับตลาดหุ้นในปี 2562 ขึ้นกับ 2 ตัวแปรหลัก คือ กำไร บจ. ในตลาด และทุนต่างชาติไหลเข้า โดยกำไรของ บจ. ในปีนี้ ยังต้องเผชิญกับผลกระทบจากการตั้งสำรองรายการผลประโยชน์พนักงานตาม พ.ร.บ.แรงงานฉบับใหม่ (เงินชดเชยสำหรับพนักงานที่เกษียณอายุ ที่มีอายุการทำงานไม่น้อยกว่า 20 ปี จากเดิมชดเชย 300 วัน เพิ่มเป็น 400 วัน หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 30%) คิดเป็นค่าใช้จ่ายรวมของ บจ. ทั้งระบบราว 2.8 หมื่นล้านบาท และผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่า จากสมมติฐานค่าเงินบาทเดิมที่เฉลี่ย 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ มาเป็น 32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้กระทบต่อกำไรของ บจ. ในกลุ่มส่งออก
ส่งผลทำให้ประมาณการ EPS ปี 2562 จากเดิมที่คาด 112 บาทต่อหุ้น ลงมาอยู่ที่ 105.42 บาทต่อหุ้นต่อการเติบโต 7.7% (YoY) ภายใต้สมมติฐานที่ให้ตลาดหุ้นไทยซื้อขายบนค่า PER ที่ 16 เท่า ดังนั้น คาดการณ์ SET Index ใหม่ จะลดลงมาที่ 1687 จากเดิมที่ 1795 จุด ทำให้อัพไซด์ตลาดเหลือแค่ 3.5%
อย่างไรก็ตาม หากมองตัวเลขฟันด์โฟลว์ตั้งแต่กลางปี 2556 ถึงปัจจุบัน ทุนต่างชาติไหลออกไปมากกว่า 6 แสนล้านบาท หรือ จากสัดส่วนที่เคยถือครองหุ้นไทยกว่า 30% ปัจจุบัน เหลือแค่ 22.6% ทำให้คาดการณ์การถือครองหุ้นไทยของต่างชาติตํ่ากว่าความเป็นจริง สาเหตุหนึ่งอาจเป็นประเด็นเรื่องการเมือง ดังนั้น หากการเมืองไทยไปสู่การเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค. นี้ และมีการจัดตั้งรัฐบาล ก็ยังมีความหวังว่า ฟันด์โฟลว์จะไหลกลับมาในระดับที่ควรเป็น แม้ว่ากำไรของ บจ. ในตลาดอาจไม่ดีนัก เพราะเศรษฐกิจไทยในภาพรวมยังมีแรงส่งจากการใช้จ่ายภายในประเทศ เพราะไม่ว่า พรรคไหนจะมาเป็นรัฐบาลอย่างไรก็ต้องกระตุ้นการใช้จ่ายประชาชน และการลงทุนภาครัฐ ธุรกิจรับเหมาจากแบ็กล็อกที่ลงนามไปแล้วกว่า 4.5 แสนล้านบาท ยังไม่รวมของใหม่ที่จะเกิดขึ้น
ด้าน นางสาวอาภาภรณ์ แสวงพรรค ผู้อำนวยการบริหาร ฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) กล่าวว่า ทาง บล.ดีบีเอสฯ ยังวางเป้าหมาย SET Index ปีนี้ ที่ 1750 จุด อิง PER ที่ 16.7 เท่า และ EPS Growth ปี 2562 ที่ 8% โดยยังมีอัพไซด์ประมาณ 7% จากปัจจัยภายนอกเริ่มคลี่คลาย ทั้งเรื่องสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน หลังประธานาธิบดี "โดนัลด์ ทรัมป์" เลื่อนการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ออกไป และเฟดชะลอการขึ้นดอกเบี้ย ขณะตลาดหุ้นไทยมีปัจจัยบวกจากการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น (24 มี.ค. นี้) และการที่ MSCI จะพิจารณานำหุ้นในกระดาน NVDR มาคำนวณในดัชนี MSCI EM Index ในรอบเดือน พ.ค. นี้ โดยคาดจะเพิ่มนํ้าหนักอีก 0.5% เป็น 3% เป็นเงินราว 30,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม การที่ MSCI จะทยอยเพิ่มนํ้าหนักใน A Share (บริษัทขนาดใหญ่) ของจีนด้วย จาก 0.72% ในเดือน พ.ย. 2561 เป็น 3.3% ในเดือน พ.ค. 2562 ก็อาจส่งผลลบต่อหุ้นไทยที่เงินลงทุนต่างชาติจะถูกดึงไปจากการคำนวณในหุ้น NVDR
จากการสำรวจของ "ฐานเศรษฐกิจ" พบว่า แม้โบรกเกอร์ส่วนใหญ่จะปรับคาดการณ์การเติบโตกำไรสุทธิ บจ. ปี 2562 ชะลอลงจากปีก่อน แต่ยังคงเป้าหมายดัชนีหุ้นไทยปี 2562 ระหว่าง 1750-1800 จุด โดยมีความหวังจากฟันด์โฟลว์ว่า ทั้งปีอาจเข้ามามากกว่า 100,000 ล้านบาท
หน้า 17-18 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,452 วันที่ 14-16 มีนาคม 2562






