
ชาติชายลุยแก้เศรษฐกิจฐานรากพ้นจน
ช่วง 4 ปีที่ผ่านมา (ปี 2558-2561)ภายใต้การนำของ “ชาติชาย พยุหนาวีชัย” ผู้อำนวยการ ธนาคารออมสิน จะเห็นว่าธนาคารเติบโตต่อเนื่องขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ในระบบธนาคารไทย ทั้งเงินฝากที่สูงถึง 2.3 ล้านล้านบาทและยอดสินเชื่อคงค้าง 2.11 ล้านล้านบาท ภายใต้ฐานลูกค้ารวมทั้งสิ้น 22 ล้านรายหรือ 30 ล้านบัญชี
นายชาติชายเปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้มีรายได้น้อย 50-60% ของลูกค้าออมสินที่มี 22 ล้านรายหรือ 11-12 ล้านคน ส่วนกลุ่มที่มีรายได้ปานกลางมี 30% และกลุ่มที่มีรายได้สูงไม่ถึง 10% ซึ่ง เป็นไปตามสัดส่วนประชากรของประเทศ และออมสินยังดูแลลูกค้าที่มากกว่าธนาคารอื่นๆ เพราะมีจำนวนลูกค้ามากที่สุด คิดเป็น 37% ของลูกค้าที่เปิดบัญชีได้และใน 3-5 ปีต้องการได้ลูกค้าประมาณ 50% ของลูกค้าที่สามารถเปิดบัญชีได้คือ มีอายุ 7 ปีขึ้นไป
ชาติชาย พยุหนาวีชัย
ออมสินจึงถือว่า เราดูแลลูกค้าทุกกลุ่ม ตั้งแต่กลุ่มที่เด็กที่สุดไปจนถึงสูงวัย ลูกค้าที่มีรายได้น้อยที่สุดยันมีรายได้สูง ดังนั้นจึงต้องแยกบริการลูกค้าทุกกลุ่ม กลุ่มที่มีรายได้น้อยหรือทั่วไป เรามีธนาคารเฉพาะคือ Social Branch ในสาขาที่ให้บริการชุมชนต่างๆ โดยจะทยอยเปิด 100 สาขาในปีนี้ เพื่อให้บริการประชาชนในแต่ละท้องถิ่น โดยที่สาขาอาจจะมีห้องประชุมสำหรับอบรมผู้มีรายได้น้อย ประชาชนทั่วไป กลุ่มเศรษฐกิฐฐานราก ศูนย์กลางการให้บริการข้อมูลด้านการท่องเที่ยวต่างๆ และเป็นจุดที่จะให้ลูกค้าสามารถค้าขายได้ในบริเวณธนาคาร
“ผมมีเวลาปีกว่าที่จะอยู่ตรงนี้ ตั้งใจว่า จะทำให้เศรษฐกิจฐานรากหมดไปจากธนาคารออมสิน หมดไปไม่ใช่ไล่เขาออกนะ แต่ทำให้เขารวยขึ้นให้หมด ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้หมด”
อย่างลูกค้าเราก็ทำไล่มาตั้งแต่มีเงินกู้หนี้นอกระบบวงเงิน 5 หมื่นบาท ยกเขาขึ้นมาให้ค้าขายไปอยู่สินเชื่อประชาชน วงเงินกู้ 2 แสนบาท ยกจากสินเชื่อประชาชนมาเป็นธุรกิจห้องแถว มีสินเชื่อ 5 แสนบาท จากนั้นยกขึ้นมาเป็นธุรกิจขนาดเล็ก วงเงินไม่เกิน 10 ล้านบาท และยกขึ้นมาเป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี)วงเงินตั้งแต่ 10-100 ล้านบาท เราจะพยายามดันแผงนี้ขึ้นมาทั้งแผง ทำให้สินเชื่อประชาชนหมดไป
“เป็นสิ่งที่เราพยายามคุยกับรัฐว่า เข้าใจสิ่งที่ออมสินจะทำมั้ย เพราะรัฐตั้ง KPI ออมสินคือ ให้เราปล่อยสินเชื่อไม่เกิน 2 แสนบาท ประมาณ 8 แสน-1 ล้านราย เพราะฉะนั้นออมสินก็ต้องปล่อยไม่ให้เกิน 2 แสนบาท เขาก็จนอยู่นั่นแหละ แต่เมื่อไหร่บอกเราว่า ดันเขาขึ้นไปปล่อยให้เกิน 2 แสนบาทได้ เราจะทำให้เขาเติบโตขึ้น เราแจ้งไปแล้วว่า ขอปล่อยลูกค้ากลุ่มที่ไม่เกิน 2 แสนบาทได้เกิน 2 แสนบาท เขาจะได้ไปทำธุรกิจที่ใหญ่หรือเติบโตขึ้น ซึ่งกลุ่มตํ่ากว่า 2 แสนบาทมีประมาณ 3-4 ล้านราย ถ้าเราดันปีละ 20% ประมาณ 4-5 ปีก็จะทำได้มากที่สุด”
อย่างไรก็ตาม ยังมีกลุ่มที่มีรายได้สูงที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ เพราะปัจจุบันเรามีลูกค้าอยู่ประมาณกว่า 1 หมื่นราย ที่มีเงินฝากตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป แต่มีเงินฝากรวมกันถึง 5 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นลูกค้า 1 ใน 4 ของธนาคารออมสิน ซึ่งในอดีตที่ผ่านมา เราอาจจะดูแลท่านเหล่านี้น้อย วันนี้เราก็จะดุูแลมากขึ้น โดยการเปิดห้องรับรองพิเศษ GSB Infinite Lounge กระจายอยู่ทั่วประเทศ เช่น สำนักงานใหญ่ ซึ่งกำลังปรับปรุง สำนักพหลโยธิน สำนักราชดำเนิน พร้อมพงษ์ ภูเก็ต เชียงใหม่ และอื่นๆที่มีลุูกค้ากลุ่มที่มีสินทรัพย์สูง กระจายอยู่ทั่วประเทศ
“ลูกค้ากลุ่มนี้เป็นแฟนพันธุ์แท้และเติบโตต่อเนื่อง ที่ผ่านมาอาจจะดูแลน้อยไปหน่อย จึงต้องดุูแลมากขึ้น เพื่อบริการที่ดีขึ้นเทียบเท่ามาตรฐานสากล ไม่ได้ไปแข่งกับธนาคารพาณิชย์ แต่ลูกค้ากลุ่มที่มีสินทรัพย์สูง จะใช้หลายๆแบงก์ จะเกิดการเปรียบเทียบได้”
สำหรับนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองที่หลายๆพรรคจะเน้นดูแลเศรษฐกิจฐานรากและผู้มีรายได้น้อย นายชาติชายกล่าวว่า ยังไม่ได้เตรียมตัวรองรับอะไร เพราะเป็นงานที่เราดูแลอยู่แล้วในกลุ่มเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งเราทำในภารกิจตามวิสัยทัศน์ของออมสิน
หน้า 28-29 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,450 วันที่ 7 - 9 มีนาคม พ.ศ. 2562






