thansettakij
thansettakij
'สรรพากร' ปลื้ม! ยอดเสียภาษีผ่านเน็ตพุ่ง 90%

'สรรพากร' ปลื้ม! ยอดเสียภาษีผ่านเน็ตพุ่ง 90%

04 มี.ค. 62 | 11:22 น.
อัปเดตล่าสุด :05 มี.ค. 62 | 08:25 น.

อธิบดีสรรพากร เผย ยอดผู้ยื่นเสียภาษี 2 เดือน 3.2 ล้านราย เทียบปีก่อน 2.7 ล้านราย แถมกว่า 90% ยื่นผ่านอินเตอร์เน็ต หลังปรับปรุงระบบให้ง่ายขึ้น ส่งผลคืนเงินภาษีแล้ว 1 ล้านราย ผ่านพร้อมเพย์

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยถึงการยื่นเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปีภาษี 2561 ว่า ขณะนี้มีผู้มายื่นเสียภาษีแล้ว ณ สิ้นเดือน ก.พ. 3.2 ล้านราย โดยเป็นการยื่นผ่านอินเตอร์เน็ต 3 ล้านราย คิดเป็น 90% ของผู้ยื่นทั้งหมด และมียอดการขอคืนภาษี 1.5 ล้านราย หรือ ครึ่งหนึ่งของผู้ยื่นเสียภาษี โดยที่กรมสรรพากรได้คืนเงินไปแล้ว 1 ล้านราย ผ่านระบบการโอนเงินพร้อมเพย์ ซึ่งยอดการยื่นภาษีปีนี้สูงขึ้นมาก เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีผู้ยื่นเสียภาษี 2.7 ล้านราย เนื่องจากกรมสรรพากรได้ปรับปรุงการให้บริการที่ดีขึ้น โดยเฉพาะการยื่นแบบผ่านอินเตอร์เน็ต

"ปีนี้เราใช้ระบบดิจิทัลมากขึ้น มาเป็นส่วนช่วยให้ผู้เสียภาษีสะดวกขึ้น จึงอยากบอกว่า ไม่ต้องรอให้ถึงท้าย ๆ เดือน มี.ค. จึงมายื่น เพราะการยื่นแบบผ่านอินเตอร์เน็ตสามารถยื่นได้ 24 ชั่วโมง การคืนเงินก็ง่าย เพราะระบบออนไลน์ทุกอย่างเชื่อมกันหมด หากยื่นครบก็จะคืนเงินได้ทันที เพราะขณะนี้ เรามีระบบเช็กทันที หากยื่นไม่ครบ ระบบตรวจพบก็จะคืนไม่ได้"

'สรรพากร' ปลื้ม! ยอดเสียภาษีผ่านเน็ตพุ่ง 90%


สำหรับจำนวนผู้มายื่นแบบเสียภาษีปีนี้ น่าจะได้เพิ่มเป็น 11 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้น 10% จากเดิมที่มี 10 ล้านคน หลังจากที่กรมสรรพากรได้นำระบบวิเคราะห์ข้อมูลผู้เสียภาษี (Data Analytic) ด้วยระบบคอมพิวเตอร์มาใช้ จากเดิมที่ใช้เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ ทำให้พบว่า มีผู้ที่หลีกเลี่ยงภาษีเป็นจำนวนมาก บางคนมีรายได้ แต่ไม่เคยมายื่นแบบเสียภาษีเลย ทั้งที่จงใจและไม่จงใจ ก็จะเข้าสู่กลไกกระบวนการการตรวจสอบ และเชิญรายที่ไม่ยื่นแบบเสียภาษีมาพบ เพื่อชี้แจงกับกรมฯ จะทำให้ขยายฐานภาษีให้กว้างขึ้น และสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ที่เสียภาษีถูกต้อง


สำหรับความคืบหน้าร่าง พ.ร.บ. ยกเว้นเบี้ยปรับเงินเพิ่มให้กับผู้ประกอบการที่ทำบัญชีเดียว ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาในชั้นสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) วาระ 2 ซึ่งในวันที่ 7 มี.ค. จะเป็นการพิจารณาขั้นสุดท้าย หากพิจารณาได้ทันและมีผลบังคับใช้ จะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) มาลงทะเบียนภายในวันที่ 30 มิ.ย. เพื่อจัดทำบัญชีเดียวให้ถูกต้อง ซึ่งครั้งนี้จะต่างจากรอบแรก คือ ไม่ใช่การนิรโทษกรรมภาษี ภาษียังต้องเสีย แต่จะยกเว้นเบี้ยปรับเงินเพิ่ม และมีเงื่อนไขต้องส่งภาษีย้อนหลัง 12 เดือน รอบบัญชีปี 2559-2560 ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์

อย่างไรก็ตาม หลังจากกรมสรรพากรได้ออกพระราชกำหนด (พรก.) ให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีลงทะเบียน เพื่อจัดทำบัญชีเดียว แล้วจะไม่ถูกตรวจสอบภาษีย้อนหลัง และยังไม่ได้สิทธิลดหย่อนภาษีด้วย ปรากฎว่า มีผู้มายื่นทั้งหมด 4.2 แสนราย แต่ยังมีหลุดรอดไปอีก 5-6 หมื่นราย และยังพบว่า ยังมีเอสเอ็มอีอีกมากที่ยังจัดทำบัญชีไม่ถูกต้อง ขณะนี้ มาตรการบัญชีเดียวที่ธนาคารพาณิชย์จะพิจารณาสินเชื่อจากบัญชีที่ยื่นกับกรมสรรพากรเท่านั้น มีผลบังคับไปตั้งแต่เดือน ม.ค. ที่ผ่านมา ทำให้เอสเอ็มอีหลายรายที่ได้รับเงินกู้น้อยลง เนื่องจากยื่นบัญชีที่ตกแต่งหลายบัญชีไป ดังนั้น การออกเป็นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ครั้งนี้ ก็เพื่อประโยชน์ของเอสเอ็มอีที่จะสามารถได้รับเงินกู้จากธนาคารพาณิชย์ได้และเป็นการเปิดโอกาสให้ครั้งสุดท้ายแล้ว

'สรรพากร' ปลื้ม! ยอดเสียภาษีผ่านเน็ตพุ่ง 90%