
ปัจจัยพื้นฐาน-การเมืองภายใน "กดค่าบาท"
ธนาคารกรุงไทย ระบุ ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ (4 มี.ค. 62) ที่ระดับ 31.78 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าต่อจากช่วงปิดสิ้นสัปดาห์ก่อน ที่ระดับ 31.73 บาทต่อดอลลาร์ ในสัปดาห์นี้แนะนำจับตาการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินยุโรป (อีซีบี) และตัวเลขเศรษฐกิจฝั่งสหรัฐฯ เป็นหลัก
เริ่มต้นวันอังคาร มองดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อนอกภาคการผลิตของสหรัฐฯ (ISM Non-Manufacturing PMI) จะปรับตัวขึ้นแตะระดับ 57.5 จุด จากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 56.7จุด ชี้ว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังมีความแข็งแรง ขณะที่ ฝั่งจีน ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการ (Caixin China Service PMI) ที่ทรงตัวได้เหนือระดับ 50จุด ก็ชี้ว่า เศรษฐกิจจีนในประเทศยังอยู่ในภาวะขยายตัว แม้การค้าระหว่างประเทศจะชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด
ในวันพฤหัสบดี แม้เราคาดว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะมีมติ "คง" นโยบายการเงินทั้งหมด แต่จากแนวโน้มเศรษฐกิจยูโรโซนที่ชะลอตัว ธนาคารกลางยุโรปอาจปรับลดประมาณการเศรษฐกิจ และส่งสัญญาณว่ายังมีความสามารถที่จะกลับไปใช้มาตรการให้สินเชื่อแก่สถาบันการเงิน (TLTRO) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจยูโรโซนได้ หากพบกับวิกฤติเศรษฐกิจ
วันศุกร์ คาดตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯ จะขยายตัว 1.87 แสนตำแหน่ง ส่งผลให้การว่างงานในสหรัฐฯ ปรับตัวลงมาได้ ที่ระดับ 3.9% อีกครั้ง ประเด็นหลักยังคงเป็นการจ้างงานทดแทนในช่วงที่สหรัฐฯ มีการปิดที่ทำการภาครัฐลงในช่วงเดือน ม.ค. ขณะที่ ค่าจ้างเฉลี่ยรายสัปดาห์ก็มีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ 0.3% เช่นกัน
ในส่วนของค่าเงินบาท การอ่อนค่าในสัปดาห์ที่ผ่านมาถือว่าเร็วผิดปกติ เชื่อว่าเกิดจากการเพิ่มขึ้นของทุนสำรองระหว่างประเทศ สวนทางกับตัวเลขการค้าล่าสุดที่กลับมาขาดดุล และดุลบัญชีเดินสะพัดที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาด ตลาดจะใช้เรื่องพื้นฐานที่แย่ลงกับปัญหาการเมืองในประเทศ เป็นตัวกดดันค่าเงินบาทต่อในสัปดาห์นี้ โดยโอกาสกลับตัวไปแข็งค่าจะเกิดขึ้นในกรณีที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัวลง หรือ เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ถ้าตัวเลขการจ้างงานท้ายสัปดาห์รายงานออกมาต่ำกว่าคาด
วันนี้ประเมินกรอบเงินบาทที่ระดับ 31.68 ถึง 31.78 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ โดยในสัปดาห์นี้ มองกรอบเงินบาทที่ 31.60 ถึง 32.10 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ






