
แชมป์ปันผลหุ้น ‘พิชญ์ โพธารามิก’ โกย 2 พันล้าน
เผยท็อป 10 เศรษฐีหุ้นไทย โกยเงินปันผลรอบปี 2561 ร่วม 9,000 ล้านบาท “พิชญ์ โพธารามิก” นำโด่งกว่า 2,215 ล้านบาท รองมาเป็น “อนันต์ อัศวโภคิน” รับ 2,145 ล้านบาท ส่วนแชมป์เศรษฐีหุ้น นพ.ปราเสริฐ รับเงินปันผล 1,127 ล้านบาทจากบริษัทที่ถือ 4 แห่ง โบรกฯ ชี้โครงสร้างถือหุ้นโดยกลุ่มตระกูลที่กระจุกตัวถือเกิน 50% จะให้ผลตอบแทนเงินปันผลจูงใจกว่า บจ.ทั่วไป
ในฤดูกาลจ่ายปันผล “ฐานเศรษฐกิจ” ได้สำรวจผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) ที่บรรดาแชมป์เศรษฐีหุ้นไทยได้รับในรอบปี 2561 ได้แก่ 1. นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ 2. นายอนันต์ อัศวโภคิน, 3. นายคีรี กาญจนพาสน์, 4. นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์, 5. นายสารัชถ์ รัตนาวะดี, 6 นายพิชญ์ โพธารามิก, 7 นายนิติ โอสถานุเคราะห์, 8. นายชูชาติ เพ็ชรอำไพ, 9 นางดาวนภา เพชรอำไพ (ยกเว้นนายสมโภชน์ อาหุนัย ผู้ถือหุ้นใหญ่ บมจ.พลังงานบริสุทธิ์:EA ไม่มีการจ่ายเงินปันผล) โดยได้รับเงินปันผลรวมกันทั้งสิ้น 8,975 ล้านบาท
โดย 4 ลำดับแรกที่ได้รับเงินปันผลตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป สูงสุดได้แก่ นายพิชญ์ โพธารามิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) (บมจ.) (JAS) ได้รับจำนวน 2,215 ล้านบาท เป็นเงินปันผลจาก JAS จำนวน 2,148 ล้านบาท จากที่นายพิชญ์ถือหุ้น 55.80% และจาก บมจ.โมโน เทคโนโลยี (MONO) ที่ถือหุ้น 64.20% อีกจำนวน 67 ล้านบาท (ปีที่ผ่านมา JAS จ่ายปันผล 2 ครั้ง จากผลการดำเนินงานปี 60 รวม 0.50 บาทต่อหุ้น, MONO จ่าย 1 ครั้ง 0.03 บาทต่อหุ้น)
ทั้งนี้ยังไม่รวมของงวดผลประกอบการปี 2561 ที่บริษัทมีกำไรสุทธิ 4,900 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56% จากปี 2560 บริษัทกำหนดจะจ่ายเงินปันผลในวันที่ 23 พฤษภาคม 2562 ที่หุ้นละ 0.28 บาท เป็นอัตราผลตอบแทน 4.6% ซึ่งพิชญ์จะได้รับจำนวนนี้อีก 1,203 ล้านบาทตามสัดส่วนที่ถือหุ้นอยู่ 55.80% หรือได้รับเงินปันผลทั้งสิ้น 3,418 ล้านบาท
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ตั้งข้อสังเกตว่าการที่ JAS จ่ายเงินปันผลในช่วง 2-3 ปีนี้ค่อนข้างดี ตามนโยบายที่พิชญ์ถือหุ้นใหญ่ ไม่เพียงจะเพิ่มกระแสเงินสด ยังช่วยในการใช้คืนหนี้ธนาคารที่พิชญ์กู้ยืมส่วนตัวเพื่อซื้อหุ้นคืนเมื่อช่วงปลายปี 2559 จนเพิ่มสัดส่วนจากที่ถือ 25.84% เป็น 66.13%
ขณะที่นายอนันต์ อัศวโภคิน ได้รับผลตอบแทนเงินปันผล 2,145 ล้านบาท จากหุ้นที่ถือบมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) สัดส่วน 23.93% โดยรอบปี 2561 LH จ่ายปันผล 2 ครั้งรวมหุ้นละ 0.75 ส่วนหุ้นที่ถือใน บมจ.แมนดาริน โฮเต็ล (MANRIN) 1.36% ไม่มีการจ่ายปันผล
ส่วนนายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ได้รับเงินปันผลจากหุ้นที่ถือในบมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท (PSH) สัดส่วน 60.04% จำนวน 1,669 ล้านบาท มาจากเงินปันผลที่ได้รับจาก PSH จ่าย 2 ครั้งรวม 1.27 บาทต่อหุ้นโดยเป็นเงินปันผล จากงวดผลประกอบการปี 2560 หุ้นละ 0.72 บาทและงวด 6 เดือนแรกปี 2561 อีกหุ้นละ 0.55 บาท
นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ แชมป์เศรษฐีหุ้นไทย 6 สมัย ได้รับผลตอบแทนเงินปันผลรวม 1,127 ล้านบาท จากหุ้นที่ถือ 4 บริษัทคือ บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) ถือ 18.47% ได้รับเงินปันผล 1,042 ล้านบาท โดย BDMS จ่ายเงินปันผล 2 ครั้ง รวม 0.36 บาทต่อหุ้น ที่เหลืออีก 84.7 ล้านบาทเป็นเงินปันผลที่ได้รับจากการถือหุ้นในบมจ. การบินกรุงเทพ (BA) สัดส่วน 10.61%, บมจ.โรงพยาบาลนนทเวช (NTV) 0.79% และกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์สนามบินสมุย (SPF) 1.21%
ส่วนนายนิติ โอสถานุเคราะห์ มีพอร์ตหุ้นที่ถือทั้งสิ้น 11 บริษัท ได้รับเงินปันผลรวม 643 ล้านบาท (ตารางประกอบ) สำหรับหุ้นไอพีโอ บมจ.โอสถสภา (0SP) นายนิติ ถือสัดส่วน 16.28% ได้เงินปันผล สำหรับผลประกอบการงวด 9 เดือนปี 2561 เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 อัตราหุ้นละ 0.30 บาท
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าโครงสร้างผู้ถือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีลักษณะการกระจุกตัวของตระกูลใดตระกูลหนึ่งมากเป็นพิเศษ เช่น เกิน 50% อย่างชัดเจน จะมีแรงจูงใจในการจ่ายปันผลมากกว่า เพราะเงินปันผลถือเป็นหนึ่งในรายได้หลัก
หน้า 17-18 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับ 3,449 วันที่ 3-6 มีนาคม 2562






