
ดาวโจนส์ปิดลบ 72.82 จุด วิตกข้อตกลงการค้ายังไม่แน่นอน
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดเมื่อคืนนี้ (27ก.พ.62)ที่ 25,985.16 จุด ลดลง 72.82 จุด หรือ ลดลง0.28% ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 2,792.38 จุด ลดลง 1.52 จุด หรือลด0.05% ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,554.51 จุด เพิ่มขึ้น 5.21 จุด หรือบวก0.07%
ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดในแดนลบ เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลแนวโน้มความไม่แน่นอนของการทำข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากนายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐได้แถลงต่อคณะกรรมาธิการพิจารณาวิธีการจัดหารายได้ของสภาผู้แทนราษฎร วานนี้ว่า จีนจำเป็นต้องดำเนินการมากกว่าการแค่เพียงซื้อสินค้าจากสหรัฐมากขึ้น ก่อนที่สหรัฐและจีนจะสามารถบรรลุข้อตกลงการค้าอย่างถาวร พร้อมระบุว่า การบังคับใช้ข้อตกลงระหว่างสหรัฐและจีนอาจบรรลุในเดือนหน้า และเป็นกระบวนการที่ยาวนาน
นอกจากนี้ตลาดยังวิตกกังวลต่อประเด็นการเมืองในสหรัฐ หลังจากนายไมเคิล โคเฮน อดีตทนายความของปธน.ทรัมป์ได้ให้การต่อคณะกรรมการฝ่ายควบคุมดูแลและปฏิรูปแห่งสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐว่า ทรัมป์รู้เรื่องที่คณะทำงานในทีมรณรงค์หาเสียงของเขาได้เผยแพร่อีเมลหลายฉบับที่ทำให้นางฮิลลารี คลินตัน ได้รับความเสียหายในช่วงก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปี 2559
อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มพลังงานพุ่งขึ้นหลังจากราคาน้ำมันดิบ WTI ทะยานขึ้น 2.6% เมื่อคืนนี้ โดยหุ้นเอ็กซอน โมบิล ดีดตัวขึ้น 1.04% หุ้นเชฟรอน ขยับขึ้น 0.12% หุ้นอ็อคซิเดนเชียล ปิโตรเลียม เพิ่มขึ้น 0.92% หุ้นเชซาพีค เอนเนอร์จี พุ่ง10.27%
ด้านนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้กล่าวแถลงการณ์รอบครึ่งปีว่าด้วยนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจสหรัฐต่อสภาคองเกรส. เมื่อวานนี้เป็นวันที่ 2 โดยนายพาวเวลยังคงย้ำว่า เฟดจะใช้ความอดทนในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
พร้อมยืนยันว่าเฟดจะยุติการปรับลดงบดุลภายในปีนี้ ซึ่งในการปรับลดงบดุลนั้น เฟดจะปล่อยให้พันธบัตรจำนวนหนึ่งครบอายุโดยไม่มีการนำรายได้ไปลงทุนในพันธบัตรใหม่ โดนวงเงินการปรับลดงบดุลสูงสุดคือ 5 หมื่นล้านเหรียญต่อเดือน
ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดในแดนลบ เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลแนวโน้มความไม่แน่นอนของการทำข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากนายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐได้แถลงต่อคณะกรรมาธิการพิจารณาวิธีการจัดหารายได้ของสภาผู้แทนราษฎร วานนี้ว่า จีนจำเป็นต้องดำเนินการมากกว่าการแค่เพียงซื้อสินค้าจากสหรัฐมากขึ้น ก่อนที่สหรัฐและจีนจะสามารถบรรลุข้อตกลงการค้าอย่างถาวร พร้อมระบุว่า การบังคับใช้ข้อตกลงระหว่างสหรัฐและจีนอาจบรรลุในเดือนหน้า และเป็นกระบวนการที่ยาวนาน
นอกจากนี้ตลาดยังวิตกกังวลต่อประเด็นการเมืองในสหรัฐ หลังจากนายไมเคิล โคเฮน อดีตทนายความของปธน.ทรัมป์ได้ให้การต่อคณะกรรมการฝ่ายควบคุมดูแลและปฏิรูปแห่งสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐว่า ทรัมป์รู้เรื่องที่คณะทำงานในทีมรณรงค์หาเสียงของเขาได้เผยแพร่อีเมลหลายฉบับที่ทำให้นางฮิลลารี คลินตัน ได้รับความเสียหายในช่วงก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปี 2559
อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มพลังงานพุ่งขึ้นหลังจากราคาน้ำมันดิบ WTI ทะยานขึ้น 2.6% เมื่อคืนนี้ โดยหุ้นเอ็กซอน โมบิล ดีดตัวขึ้น 1.04% หุ้นเชฟรอน ขยับขึ้น 0.12% หุ้นอ็อคซิเดนเชียล ปิโตรเลียม เพิ่มขึ้น 0.92% หุ้นเชซาพีค เอนเนอร์จี พุ่ง10.27%
ด้านนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้กล่าวแถลงการณ์รอบครึ่งปีว่าด้วยนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจสหรัฐต่อสภาคองเกรส. เมื่อวานนี้เป็นวันที่ 2 โดยนายพาวเวลยังคงย้ำว่า เฟดจะใช้ความอดทนในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
พร้อมยืนยันว่าเฟดจะยุติการปรับลดงบดุลภายในปีนี้ ซึ่งในการปรับลดงบดุลนั้น เฟดจะปล่อยให้พันธบัตรจำนวนหนึ่งครบอายุโดยไม่มีการนำรายได้ไปลงทุนในพันธบัตรใหม่ โดนวงเงินการปรับลดงบดุลสูงสุดคือ 5 หมื่นล้านเหรียญต่อเดือน






