thansettakij
thansettakij
หุ้นรับ "เลือกตั้ง" คึก! ดัชนีดีดตัว  1 เดือน ต่างชาติซื้อสุทธิ 7.7 พันล้าน

หุ้นรับ "เลือกตั้ง" คึก! ดัชนีดีดตัว 1 เดือน ต่างชาติซื้อสุทธิ 7.7 พันล้าน

27 ก.พ. 62 | 12:17 น.
อัปเดตล่าสุด :28 ก.พ. 62 | 07:43 น.
หุ้นกลุ่มรับอานิสงส์เลือกตั้งยังคึกคัก ดันดัชนีหุ้นไทยช่วง 1 เดือน พุ่ง 2.58% ต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิกว่า 7,718.2 ล้านบาท เผย ราคาหุ้นกลุ่มค้าปลีกและกลุ่มแบงก์ ขานรับปรับตัวมากสุด โบรกฯ ชี้! ยังดีต่อเนื่องถึงหลังเลือกตั้ง แนะทยอยซื้อสะสม รับผลตอบแทนสูงในสัปดาห์แรก

การเดินหน้าอย่างต่อเนื่องของการเลือกตั้งไทย ส่งผลดีต่อหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะความเชื่อมั่นของตลาดหุ้นไทย ที่สามารถเรียกกลับคืนจากนักลงทุน โดยนับตั้งแต่วันที่ 23 ม.ค. 2562 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศวันเลือกตั้งที่ชัดเจน คือ วันที่ 24 มี.ค. - 22 ก.พ. 2562 หรือ ในช่วง 1 เดือน ดัชนีหุ้นไทยปรับขึ้นแล้ว 2.58% ท่ามกลางบรรยากาศการหาเสียง รวมถึงรอผล เช่น การยุบพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) แต่ถึงแม้จะมีความผันผวนอยู่บ้าง แต่นักลงทุนต่างชาติยังเชื่อมั่นและกลับมาซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย (23 ม.ค. - 22 ก.พ. 62) อยู่ถึง 7,718.2 ล้านบาท

โดยหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากการเลือกตั้งทั้งก่อนและหลังเลือกตั้ง คือ กลุ่มค้าปลีก กลุ่มมีเดียและสื่อนอกบ้าน กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง กลุ่มธนาคารพาณิชย์ กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม และกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี และจากการสำรวจของ "ฐานเศรษฐกิจ" พบว่า ราคาหุ้นตั้งแต่วันประกาศวันเลือกตั้งที่ชัดเจนจนถึงปัจจุบัน ส่วนใหญ่มีการปรับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มค้าปลีก ที่ได้ประโยชน์จากการจับจ่ายใช้สอยในช่วงการหาเสียง และกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ที่จะได้อานิสงส์จากการลงทุนต่อเนื่องของรัฐบาลชุดใหม่


MP17-3448-A

นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัสฯ เปิดเผยว่า หุ้นกลุ่มที่ได้รับอานิสงส์จากการเลือกตั้งไทย ปัจจุบันยังคงเป็นบวกต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มค้าปลีกที่ยังเติบโตได้ดีจากการบริโภคที่ดีขึ้น รวมถึงกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ที่มีปริมาณงานเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้งานในมือ (Backlog) อยู่ในระดับสูง โดยเชื่อว่า หลังจากรัฐบาลมีการจัดเลือกตั้งแล้วเสร็จ จะทำให้มีงานก่อสร้างออกมาอย่างต่อเนื่องแน่นอน และกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ที่ความต้องการสินเชื่อยังมีอยู่มาก ทั้งนี้ แนะนำนักลงทุนให้ทยอยซื้อสะสมเพื่อเก็งกำไรในระยะยาว เพราะในอดีตที่ผ่านมา สัปดาห์แรกหลังการเลือกตั้งจะได้ผลตอบแทนที่ค่อนข้างสูง

ทั้งนี้ หุ้นแนะนำในแต่ละกลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มค้าปลีก ได้แก่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) (บมจ.) (BJC) กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง คือ บมจ.ช.การช่าง (CK), บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม คือ บมจ.ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA), บมจ.อมตะ คอร์ปอเรชัน (AMATA) และกลุ่มธนาคารพาณิชย์ คือ บมจ.ธนาคารกรุงเทพ (BBL)

บทวิเคราะห์ บล.เคทีบี (ประเทศไทย)ฯ ระบุว่า คาด BJC จะทำกำไรทั้งปี 2561 ได้ตามคาดที่ 6,500 ล้านบาท ส่วนในปี 2562 คาดว่า บริษัทยังคงขยายสาขาได้ต่อเนื่อง คือ ไฮเปอร์มาร์เก็ต จำนวน 7 สาขา กัมพูชา 1 สาขา และขยาย มินิ บิ๊กซี 300 สาขา รวมถึงการปรับโครงสร้างภาษี ซึ่งจะลดอัตราภาษีจ่ายจาก 26% เหลือ 21% ขณะที่ ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ลูกค้าเริ่มกลับเข้ามาซื้อ

ตามปกติหลังจากชะลอคำสั่งซื้อจากการปรับเปลี่ยนรูปแบบบรรจุภัณฑ์ในไตรมาสก่อน นอกจากนี้ Big C จะได้ประโยชน์จากการเลือกตั้งในปี 2562 ซึ่งคาดว่าจะกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น โดยคาดการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมจะโตได้ประมาณ 3% ในปีนี้

ด้าน บล.ไอร่าฯ ระบุว่า BBL จะได้รับประโยชน์จากโครงการการลงทุนภาครัฐที่กระตุ้นความต้องการสินเชื่อ คาดเติบโตประมาณ 4% และแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น โดย BBL มีสินเชื่อที่อิงกับดอกเบี้ยลอยตัว สัดส่วนสูงถึง 85% ของสินเชื่อรวม ทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) ที่ปรับขึ้นทุก ๆ 0.10% กำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้น 4-5% ขณะที่ ความเสี่ยงจำกัดภายใต้ผลกระทบจากหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมยังทรงตัวที่ 4.65%

หน้า 17-18 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับ 3,448 วันที่ 28 กุมภาพันธ์-2 มีนาคม 2562

ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว-8
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market