
RBF พร้อมเข้าตลท. ผุดโรงงานเวียดนามอินโดฯปีนี้
สัมภาษณ์พิเศษ
บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ RBF ผู้นำรายใหญ่ด้านผลิตภัณฑ์วัตถุแต่งกลิ่นและสีผสมอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงผลิตภัณฑ์กลุ่มแป้งชุบทอด เกล็ดขนมปัง ซอสและนํ้าจิ้มที่จำหน่ายให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหาร มีความพร้อมจะเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ภายในปีนี้
“เราเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯเพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าบริษัทมีมาตรฐานที่ดี มีความโปร่งใส การเป็นบริษัทมหาชนจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯทำให้มีภาพลักษณ์ที่ดีในการขยายตลาดสู่ต่างประเทศ สามารถติดต่อกับคู่ค้าต่างประเทศได้คล่องตัว”
นายสุรนาถ กิตติรัตนเดช ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีและการเงิน บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ในปีนี้บริษัทมุ่งเน้นขยายตลาดในต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยจะเปิดโรงงานผลิตแป้งเกล็ดขนมปังในเวียดนาม และอินโดนีเซีย ซึ่งมียอดขายเติบโตดีจากการทดลองตลาดมาก่อนหน้านี้ ส่วนในประเทศจีน RBFได้จัดตั้งบริษัททำการตลาดและขายผลิตภัณฑ์แล้ว
[caption id="attachment_383220" align="aligncenter" width="432"]
สุรนาถ กิตติรัตนเดช[/caption]
ปัจจุบันบริษัทมีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 1,480 ล้านบาท ในปี 2560 บริษัทมีรายได้ 2,800 ล้านบาท กำไร 290 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนรายได้จากการขายในประเทศ 85% และส่งออก 15% ลูกค้าส่งออกหลักๆ คือ ญี่ปุ่น เวียดนาม อินโดนีเซีย
บริษัทมีผลิตภัณฑ์ 6 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มวัตถุแต่งกลิ่นและสีผสมอาหาร, กลุ่มแป้งและซอส, กลุ่มผลิตภัณฑ์อบแห้ง, กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารแช่แข็ง, กลุ่มบรรจุภัณฑ์พลาสติก และกลุ่มผลิตภัณฑ์ซื้อมาเพื่อจำหน่าย
สัดส่วนรายได้หลัก 65% มาจาก 2 กลุ่มแรก คือ กลุ่มวัตถุแต่งกลิ่นและสีผสมอาหาร(35%) และกลุ่มแป้งและซอส(30%) โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ซื้อมาเพื่อจำหน่ายมีสัดส่วนรายได้ 20% และกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารอบแห้ง 5%
“ธุรกิจของบริษัทจะเติบโตไปตามธุรกิจอาหาร แต่ก็ไม่เหมือนกันเสีย ทีเดียว เพราะผลิตภัณฑ์ของ RBF ใช้สำหรับแต่งกลิ่น แต่งสี ปรุงรสอาหาร มีผลิต ภัณฑ์แป้งชุบทอด แป้งเกล็ดขนมปัง รวมถึงผลิต ภัณฑ์ที่ใช้ในเครื่องดื่ม รวมถึงยังมีอาหารอบแห้ง อาหารแช่แข็ง และผลิตภัณฑ์พลาสติกบรรจุอาหาร มีการกระจายความเสี่ยงค่อนข้างหลากหลาย”
พ.ต.พญ.จัณจิดา รัตนภูมิภิญโญ กรรมการบริษัท กล่าวว่า จุดเด่นของ RBF คือ มีทีมวิจัยและพัฒนาที่มีประสบการณ์มีความเชี่ยวชาญ สามารถแข่งขันได้กับบริษัทคู่แข่งในต่างประเทศ
[caption id="attachment_383226" align="aligncenter" width="308"]
พ.ต.พญ.จัณจิดา รัตนภูมิภิญโญ[/caption]
“หัวใจสำคัญในธุรกิจของเราคือ R&D (Research and Development) และการนำเทคโนโลยีมาใช้ เรามีทีมวิจัยและพัฒนา 50-60 คน ทั้งชาวต่างชาติและไทยที่มีประสบการณ์สูง นักวิจัยชาวไทยถือว่าเก่งมากเมื่อเทียบกับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยกัน การคิดค้นสูตร การปรุงรส แต่งกลิ่นแต่งสี ถือเป็นงานศิลปะที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อน และผสมผสานกับการใช้เทคโนโลยี เพื่อให้ได้อาหารที่มีคุณสมบัติตามต้องการ สามารถคงสภาพได้นาน เก็บได้นานขึ้น เป็นต้น”
พ.ต.พญ.จัณจิดา กล่าวว่า การเติบโตของบริษัทนอกจากการที่ลูกค้าของบริษัทมียอดขายเพิ่มขึ้นจากการทำการตลาด และการขยายตลาดไปในต่างประเทศแล้วยังมีโอกาสในการเติบโตจากการออกสินค้าใหม่ๆ สร้างรสชาติใหม่ๆ หรือการออกผลิต ภัณฑ์ไปตามกระแสการรักษาสุขภาพ ซึ่งประเทศไทยถือเป็นผู้นำเทรนด์ในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาหารไทยได้รับการยอมรับอย่างดี
“บริษัทมีความภูมิใจที่เราเป็นบริษัทของคนไทย 100% ที่สามารถแข่งขันกับคู่แข่งในต่างประเทศได้ เราเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในการโปรโมตอาหารไทยไปทั่วโลก ช่วยสร้างชื่อเสียงให้ประเทศ และมีการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อการเติบโตอย่างมั่นคงต่อไปในอนาคต”
หน้า 17-18 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับ 3,441 วันที่ 3-6 กุมภาพันธ์ 2562
บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ RBF ผู้นำรายใหญ่ด้านผลิตภัณฑ์วัตถุแต่งกลิ่นและสีผสมอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงผลิตภัณฑ์กลุ่มแป้งชุบทอด เกล็ดขนมปัง ซอสและนํ้าจิ้มที่จำหน่ายให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหาร มีความพร้อมจะเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ภายในปีนี้
“เราเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯเพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าบริษัทมีมาตรฐานที่ดี มีความโปร่งใส การเป็นบริษัทมหาชนจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯทำให้มีภาพลักษณ์ที่ดีในการขยายตลาดสู่ต่างประเทศ สามารถติดต่อกับคู่ค้าต่างประเทศได้คล่องตัว”
นายสุรนาถ กิตติรัตนเดช ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีและการเงิน บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ในปีนี้บริษัทมุ่งเน้นขยายตลาดในต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยจะเปิดโรงงานผลิตแป้งเกล็ดขนมปังในเวียดนาม และอินโดนีเซีย ซึ่งมียอดขายเติบโตดีจากการทดลองตลาดมาก่อนหน้านี้ ส่วนในประเทศจีน RBFได้จัดตั้งบริษัททำการตลาดและขายผลิตภัณฑ์แล้ว
[caption id="attachment_383220" align="aligncenter" width="432"]
ปัจจุบันบริษัทมีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 1,480 ล้านบาท ในปี 2560 บริษัทมีรายได้ 2,800 ล้านบาท กำไร 290 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนรายได้จากการขายในประเทศ 85% และส่งออก 15% ลูกค้าส่งออกหลักๆ คือ ญี่ปุ่น เวียดนาม อินโดนีเซีย
บริษัทมีผลิตภัณฑ์ 6 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มวัตถุแต่งกลิ่นและสีผสมอาหาร, กลุ่มแป้งและซอส, กลุ่มผลิตภัณฑ์อบแห้ง, กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารแช่แข็ง, กลุ่มบรรจุภัณฑ์พลาสติก และกลุ่มผลิตภัณฑ์ซื้อมาเพื่อจำหน่าย
สัดส่วนรายได้หลัก 65% มาจาก 2 กลุ่มแรก คือ กลุ่มวัตถุแต่งกลิ่นและสีผสมอาหาร(35%) และกลุ่มแป้งและซอส(30%) โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ซื้อมาเพื่อจำหน่ายมีสัดส่วนรายได้ 20% และกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารอบแห้ง 5%
“ธุรกิจของบริษัทจะเติบโตไปตามธุรกิจอาหาร แต่ก็ไม่เหมือนกันเสีย ทีเดียว เพราะผลิตภัณฑ์ของ RBF ใช้สำหรับแต่งกลิ่น แต่งสี ปรุงรสอาหาร มีผลิต ภัณฑ์แป้งชุบทอด แป้งเกล็ดขนมปัง รวมถึงผลิต ภัณฑ์ที่ใช้ในเครื่องดื่ม รวมถึงยังมีอาหารอบแห้ง อาหารแช่แข็ง และผลิตภัณฑ์พลาสติกบรรจุอาหาร มีการกระจายความเสี่ยงค่อนข้างหลากหลาย”
พ.ต.พญ.จัณจิดา รัตนภูมิภิญโญ กรรมการบริษัท กล่าวว่า จุดเด่นของ RBF คือ มีทีมวิจัยและพัฒนาที่มีประสบการณ์มีความเชี่ยวชาญ สามารถแข่งขันได้กับบริษัทคู่แข่งในต่างประเทศ
[caption id="attachment_383226" align="aligncenter" width="308"]
“หัวใจสำคัญในธุรกิจของเราคือ R&D (Research and Development) และการนำเทคโนโลยีมาใช้ เรามีทีมวิจัยและพัฒนา 50-60 คน ทั้งชาวต่างชาติและไทยที่มีประสบการณ์สูง นักวิจัยชาวไทยถือว่าเก่งมากเมื่อเทียบกับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยกัน การคิดค้นสูตร การปรุงรส แต่งกลิ่นแต่งสี ถือเป็นงานศิลปะที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อน และผสมผสานกับการใช้เทคโนโลยี เพื่อให้ได้อาหารที่มีคุณสมบัติตามต้องการ สามารถคงสภาพได้นาน เก็บได้นานขึ้น เป็นต้น”
พ.ต.พญ.จัณจิดา กล่าวว่า การเติบโตของบริษัทนอกจากการที่ลูกค้าของบริษัทมียอดขายเพิ่มขึ้นจากการทำการตลาด และการขยายตลาดไปในต่างประเทศแล้วยังมีโอกาสในการเติบโตจากการออกสินค้าใหม่ๆ สร้างรสชาติใหม่ๆ หรือการออกผลิต ภัณฑ์ไปตามกระแสการรักษาสุขภาพ ซึ่งประเทศไทยถือเป็นผู้นำเทรนด์ในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาหารไทยได้รับการยอมรับอย่างดี
“บริษัทมีความภูมิใจที่เราเป็นบริษัทของคนไทย 100% ที่สามารถแข่งขันกับคู่แข่งในต่างประเทศได้ เราเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในการโปรโมตอาหารไทยไปทั่วโลก ช่วยสร้างชื่อเสียงให้ประเทศ และมีการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อการเติบโตอย่างมั่นคงต่อไปในอนาคต”
หน้า 17-18 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับ 3,441 วันที่ 3-6 กุมภาพันธ์ 2562






