thansettakij
thansettakij
‘เคทีซี’รุกธุรกิจใหม่ ตั้งบริษัทลุยนาโน-พิโก

‘เคทีซี’รุกธุรกิจใหม่ ตั้งบริษัทลุยนาโน-พิโก

19 ธ.ค. 61 | 05:15 น.
อัปเดตล่าสุด :19 ธ.ค. 61 | 11:35 น.
กระตุ้นการใช้จ่าย ดันกำไรปี 62โต10%

“เคทีซี” จัดทัพรุก “ธุรกิจเดิม-แตกไลน์ธุรกิจใหม่” ตั้งบริษัทลุย นาโน -พิโกไฟแนนซ์ กระตุ้นยอดการใช้จ่ายสมาชิก ล็อกต้นทุนดอกเบี้ยตํ่าระยะยาว  นำโรบอตมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ  มั่นใจดันกำไรปี 62 โต 10%

นายระเฑียร ศรีมงคล  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เคทีซี  กล่าวถึงแผนปี 2562 ว่าจากความท้าทายของธุรกิจ ทั้งผลกระทบจากดิจิตอลเทคโนโลยีที่ทวีความรุนแรง และจากการที่บริษัทโตต่อเนื่อง โดยใน 3 ไตรมาสปีนี้โต 15%  จากฐานที่สูง ทำให้การเติบโตในระยะต่อไปมีความยากขึ้น จึงต้องหาโอกาสจากธุรกิจใหม่ๆ  ส่วนหนึ่งก็คือธุรกิจนาโน-พิโกไฟแนนซ์  โดยเตรียมโมเดลธุรกิจและจัดกระบวนทัพทุกอย่างแล้ว รูปแบบจะเป็นการตั้งบริษัทใหม่ โดยเคทีซีถือหุ้น 100%

“ขึ้นอยู่กับธนาคารกรุงไทยเป็นหลักว่า จะอนุมัติให้เคทีซีขอใบอนุญาตในการทำธุรกิจหรือไม่ ส่วนธปท.และกระทรวงการคลัง 2 หน่วยงานหลัง ใช้เวลาพิจารณาเพียง 30 วัน เราเตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว หากไม่ได้จริงๆ ก็มีทางเลือกอื่นๆ เช่น จับมือกับพันธมิตรที่มีไลเซนส์อยู่แล้ว    นอกจากนี้ยังมองถึงการทำธุรกิจใหม่อื่น ๆที่ยังไม่เคยทำ แต่ยังเปิดเผยรายละเอียดไม่ได้จนกว่าจะได้ใบอนุญาต”

[caption id="attachment_363271" align="aligncenter" width="335"] ระเฑียร ศรีมงคล ระเฑียร ศรีมงคล[/caption]

ส่วนกลยุทธ์ธุรกิจหลัก  (บัตรเครดิต สินเชื่อบุคคล และธุรกิจร้านค้า) ยังมุ่งทำการตลาดอย่างเข้มข้น ร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อเติมเต็มผลิตภัณฑ์และบริการ  การพัฒนาด้านไอที นวัตกรรมบริการด้านการเงินใหม่ๆ สร้างประสบการณ์ที่ดีให้สมาชิกผูกติดกับแบรนด์เคทีซีอย่างยั่งยืน   โดยคาดหวังว่าปี 2562 บริษัทจะมีกำไรเพิ่มประมาณ 10% จากสิ้นปีนี้ที่คาดทำกำไรประมาณ 5,000 ล้านบาท  และเพิ่มการใช้จ่ายผ่านบัตรโตไม่น้อยกว่า 15%

ด้านนางพิทยา  วรปัญญา-สกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร-ธุรกิจบัตรเครดิต “เคทีซี” กล่าวว่ากลยุทธ์ธุรกิจบัตรจะเน้นส่งเสริมการใช้จ่ายลูกค้ากลุ่มบนที่มีรายได้ 5 หมื่นบาทขึ้นไป ซึ่งมียอดการใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเดือนต่อคนที่ 1.2 หมื่นบาท  โดยร่วมกับพันธมิตร เช่นเจาะลูกค้ากลุ่มเวลธ์ (wealth) โดยร่วมกับธนาคารกรุงไทย หรือกลุ่มลูกค้าบัตรร่วม (Co-Brand) รวมถึงการจัดแคมเปญกระตุ้นการใช้จ่ายมากขึ้น  และขยายผ่านบัตรใหม่เพิ่มอีก 2.8 แสนบัตร

นางสาวพิชามน จิตรเป็นธรรม  ผู้อำนวยการธุรกิจสินเชื่อบุคคล เคทีซี กล่าวว่าบริษัทตั้งเป้าเติบโตของลูกหนี้ 10% โดยมุ่งขยายฐานสมาชิกเพิ่มเป็นล้านราย จากปัจจุบันที่มี 9.2 แสนราย  การจัดแคมเปญที่ทำตรงกับกลุ่มเป้าหมาย และการส่งเสริมวินัยการชำระเงิน  ด้วยแคมเปญชูโรง “เคลียร์หนี้เกลี้ยง” ในการช่วยแบ่งเบาภาระหนี้  โดยลดดอกเบี้ยให้ในรูปแบบใหม่ๆ

ด้านนายชุติเดช ชยุติ  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน (CFO) กล่าวถึงการบริหารต้นทุนในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น  บริษัทได้ล็อกต้นทุนดอกเบี้ยตํ่าไว้ระยะยาว โดยหุ้นกู้ที่ออกไปแล้วทั้งสิ้น 4.59 หมื่นล้านบาท กว่า 80% ของหุ้นกู้ที่ออกเป็นระยะยาว 5-10 ปี จึงไม่ได้รับผลกระทบมากนัก ต้นทุนดอกเบี้ยปีนี้อยู่ที่ 3.0-3.1% คาดภายใน 3 ปีนี้จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 3.1-3.3%  โดยในปีหน้าจะออกหุ้นกู้ 1 หมื่นล้านบาท เพื่อรองรับแผนธุรกิจ รวมทั้งหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดชำระ 5,300 ล้านบาท

นอกจากนี้ ปีหน้ายังได้เริ่มโครงการทดลองนำร่องใช้ RPA (Robotic Process Automation) มาช่วยการ ทำงานของฝ่ายบัญชี คาดหมายว่าการนำโรบอต เข้ามาช่วยจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้มากกว่า 30% ในระยะยาว ขณะที่บุคลากรที่เคยทำหน้าที่เดิมนี้ จะขยับขึ้นไปรับงานที่สร้างมูลค่ามากขึ้น

ล้อมกรอบสัมภาษณ์ 

โจทย์ท้าทาย... ส่งไม้ต่อดันองค์กรโต

 

7 ปีก่อนหน้าที่ ระเฑียร ศรีมงคล เข้ามาเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (1 ม.ค.  55) บริษัทบัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือเคทีซี  ขาดทุนร่วมพันล้านบาท ก่อนจะทำกำไร 255 ล้านบาทในสิ้นปี 2555 ล่าสุดปีที่แล้วกำไร 3,300 ล้านบาท ปีนี้คาดจะไม่ตํ่ากว่า 5,000 ล้านบาท และปีหน้าคาดจะเพิ่มขึ้นอีก 10%

ระเฑียร  กล่าวกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ธุรกิจการเงินจะชนะกันวันนี้ไม่ใช่ที่ตัวเลข แต่เป็นเรื่องของกระบวนการทำงาน อยู่ที่ 3 อย่าง คือ  คน  เทคโนโลยี และระบบ  ซึ่งเรื่องเทคโนโลยีเคทีซีค่อนข้างแอดวานซ์อยู่พอสมควร แต่ไม่ใช่ว่าจะดีแล้ว 100% ยังมีเรื่องต้องปรับปรุงอีกเยอะ และปีหน้าก็ยังมีเรื่องจะปรับเปลี่ยนมาก   โดยเฉพาะเรื่อง ดิจิตอลทวิน (Digital Twin) ซึ่งเป็นการรวมเครื่องจักรกับมนุษย์ โดยเราได้นำเอาเอาคอนเซ็ปต์นี้เข้ามาใช้กับคนระยะหนึ่งแล้ว

“ช่วงที่ผมเข้ามาได้ฝึกบุคลากรให้พร้อมรับกับสิ่งเหล่านี้  เทรนคนมาตลอด 5 ปี และช่วง 7 ปีนี้คนของเคทีซีก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นเลย ขณะที่ดูยอดกำไรเพิ่มขึ้นจากหลักร้อยล้านมาเป็นหลักพันล้าน ประสิทธิภาพต่อคน สูงขึ้นระดับ 30 เท่า 50 เท่า และจะยิ่งเพิ่มขึ้นอีกโดยการที่เรานำเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วย”

ROA  (อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์) ของบริษัทจากช่วงปี 2557-2559 อยู่ระดับ 4% ขึ้นมาอยู่ระดับ 5.82%, 8.55% ในปี 2560 และ 9 เดือนปี 2561 ตามลำดับ   และ  ROE  (อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น) ปี 2557-2559 ที่อยู่ระดับ 25-26% เพิ่มเป็น 28.86% และ 36.23% ในปี 2560 และ 9 เดือนปีนี้ ตามลำดับ

ระเฑียร มองภาพรวมอุตสาหกรรมในปีหน้าว่า บริษัทเองก็เป็นหนึ่งในธุรกิจที่ถูกผลกระทบจากยุคดิจิตอล เป็นยุคของการเปลี่ยนแปลง ซึ่งผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของกลุ่มสถาบันการเงิน อาจถึงขั้นสลับขั้วกันเลยก็ว่าได้ ขึ้นอยู่ว่าใครจะพัฒนาคนให้รองรับกับสภาพที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ความท้าทายของเคทีซีมาพร้อมกับ 2 โจทย์ใหญ่ที่มาพร้อมกัน คือวันนี้เราเติบโตด้วยฐานที่สูงมากและ ผลกระทบ Digital disruption ที่ทวีความรุนแรง

11 เดือนที่เหลือ  ก่อนที่เขาจะเกษียณในเดือนพฤศจิกายน 2562  ระเฑียร กล่าวว่า สร้างคนเตรียมพร้อมไว้แล้ว แต่ตำแหน่งซีอีโอเป็นเรื่องกระบวนการสรรหา ซึ่งขึ้นกับทางแม่ (ธนาคารกรุงไทย) จะเป็นผู้พิจารณา

“ความท้าทายของผม  คือในวันที่เราไม่อยู่แล้ว เราก็หวังจะเห็นที่นี่ดีกว่าสมัยที่เราอยู่ ถ้าเขาทำได้ดีกว่าตอนที่เราอยู่ ก็ถือว่าเป็นความสำเร็จแสดงว่าเราวางพื้นฐานไว้ดี  เคทีซีมีทีมงานที่เก่งอยู่แล้ว ถ้าได้คนใหม่ที่มีมุมมองใหม่ๆ ด้วยก็จะยิ่งดี” เขากล่าวทิ้งท้าย

 

หน้า 17-18 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับ 3,428 วันที่ 20-22 ธันวาคม 2561 595959859
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market